Newsdata Online1

WORLD7

TOKEN TOKEN

โค้งสุดท้าย MTS Gold Investment Token โอกาสลงทุนธุรกิจค้าทองคำ รับยีลด์ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับกำไรส่วนต่างจากราคาทองขาขึ้น เปิดจองซื้อผ่านแอป kubix ถึง 8 ก.ย. 2569 นี้

 

โค้งสุดท้าย MTS Gold Investment Token โอกาสลงทุนธุรกิจค้าทองคำ รับยีลด์ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับกำไรส่วนต่างจากราคาทองขาขึ้น เปิดจองซื้อผ่านแอป kubix ถึง 8 ก.ย. 2569 นี้

 

8580 MTS Gold

 

          MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำจาก บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด ในเครือ MTS Gold (แม่ทองสุก) มอบผลตอบแทนพื้นฐาน 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับกำไรส่วนต่างจากราคาทองคำเมื่อครบกำหนด 3 ปี โดยมีโอกาสรับอัตราผลตอบแทนตลอดโครงการเฉลี่ยต่อปี (IRR) สูงถึง 15.7% ต่อปี* เปิดจองซื้อผ่านแอป kubix ซึ่งเป็น ICO Portal ภายใต้ออบิกซ์กรุ้ป ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย ที่ได้รับความเห็นชอบจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจเข้าถึงการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำผ่านสินทรัพย์ดิจิทัล ภายใต้โครงสร้างการลงทุนที่ผสานศักยภาพของธุรกิจค้าทองคำเข้ากับเทคโนโลยีการเงินยุคใหม่ โดยเงินลงทุนที่ระดมได้จะถูกนำไปใช้เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจค้าทองคำของบริษัทตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน จองซื้อได้ถึง 8 ก.ย. 2569 นี้

 

8580 Kubix Asavinee

 

         นางสาวอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) กล่าวว่า MTS Gold Investment Token เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาต่อยอดโอกาสการลงทุนในสินทรัพย์ที่นักลงทุนไทยคุ้นเคยอย่างทองคำ โดยนำจุดแข็งของธุรกิจค้าทองคำมาผสานกับโครงสร้างการลงทุนในรูปแบบโทเคนดิจิทัล เพื่อเพิ่มทางเลือกและการเข้าถึงการลงทุนสำหรับนักลงทุนในยุคดิจิทัล ทั้งยังสะท้อนบทบาทของเทคโนโลยีการเงินในการเชื่อมโยงธุรกิจดั้งเดิมเข้ากับระบบการลงทุนรูปแบบใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านโครงสร้างการลงทุนที่ผสานรูปแบบผลตอบแทนคงที่เข้ากับโอกาสรับผลตอบแทนจากราคาทองคำขาขึ้น เพื่อเพิ่มทางเลือกในการกระจายพอร์ตการลงทุนให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น

         สำหรับโครงการ MTS Gold Investment Token เปิดจองซื้อในราคา 1,000 บาทต่อโทเคน ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท ไม่มีค่าธรรมเนียมการจองซื้อ และมีอายุโครงการ 3 ปี โดยผู้ถือโทเคนจะได้รับผลตอบแทนพื้นฐาน 3% ต่อปี (ก่อนหักภาษี) พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนพิเศษกำไรส่วนต่างจากราคาทองคำเมื่อครบกำหนด 3 ปี โดยมีโอกาสรับอัตราผลตอบแทนตลอดโครงการเฉลี่ยต่อปี (IRR) สูงถึง 15.7% ต่อปี ภายใต้สมมติฐานที่กำหนด ซึ่งเป็นเพียงประมาณการและมิใช่การรับประกันผลตอบแทน

         นอกจากนี้ ผู้ลงทุนที่จองซื้อและได้รับจัดสรร MTS Gold Investment Token ทุกๆ 1,000,000 บาท จะได้รับทองคำ 96.5% น้ำหนัก 1 กรัมเป็นของสมนาคุณจากแม่ทองสุกเซ็นทรัล ทั้งนี้การมอบของสมนาคุณดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด และไม่ถือเป็นส่วนหนึ่งของผลตอบแทนจากการลงทุนในโทเคนดิจิทัลแต่อย่างใด

         ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดโครงการ หนังสือชี้ชวน เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนการลงทุน รวมถึงจองซื้อ MTS Gold Investment Token ได้จนถึงวันที่ 8 กันยายน 2569 ผ่านแอป kubix โดยแผนการดำเนินงานของโครงการยังคงเป็นไปตามกำหนดการเดิม ตามที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน

         สอบถามรายละเอียดได้ทางร้านห้างทองแม่ทองสุกทุกสาขา หรือโทรติดต่อ 02-844-8488 และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.kubix.co และดาวน์โหลดแอป kubix 

 

 

โทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ 

*อัตราผลตอบแทนตลอดโครงการเฉลี่ยต่อปี (IRR) เป็นเพียงการประมาณการภายใต้สมมติฐานที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวนของโครงการ ทั้งนี้ ผลตอบแทนไม่ได้รับการรับประกัน และอาจแตกต่างจากการคาดการณ์

 

 

8580

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

Siam TC – Token X ผนึก SBIDM เปิดโอกาสลงทุน ‘Blu Green Token’ ข้ามพรมแดน ขยายการเข้าถึงนักลงทุนทั่วเอเชียแปซิฟิก

 

Siam TC – Token X ผนึก SBIDM เปิดโอกาสลงทุน ‘Blu Green Token’ ข้ามพรมแดน ขยายการเข้าถึงนักลงทุนทั่วเอเชียแปซิฟิก

 

8547 SiamTC TokenX SBIDM

 

          บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (สำนักงาน ก.ล.ต.) ร่วมกับ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (Siam TC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SET: DITTO) เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด ได้ประกาศเปิดตัวโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมสินทรัพย์ป่าสมบูรณ์ (Blu Green Token) ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแห่งแรกของประเทศไทยภายใต้กรอบการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. นอกจากนี้ SBI Digital Markets Pte. Ltd. (SBIDM) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์ (Monetary Authority of Singapore: MAS) ได้ร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของเงินทุนข้ามพรมแดน (Cross-Border Capital Mobility) และขยายโอกาสการเข้าถึงการลงทุนใน Blu Green Token ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผ่านการสนับสนุนภายหลังการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน (Initial Coin Offering: ICO)

 

          การออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในประเทศไทย

          Green Tokenization คือกระบวนการแปลงสินทรัพย์หรือโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่ผ่านการรับรอง เช่น โครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์จากคาร์บอนเครดิตให้เป็นโทเคนดิจิทัลบนเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยเมื่อมีการดำเนินการภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม Green Tokenization จะช่วยเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเข้าถึงการลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีนัยสำคัญ

          ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำ Green Tokenization นั้นถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับตลาดคาร์บอนเครดิตภายใต้มาตรฐาน T-VER ของประเทศไทย เนื่องจากการซื้อขายคาร์บอนเครดิตในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงดำเนินธุรกรรมการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ (Over-the-Counter: OTC) ในขณะที่โอกาสในการลงทุนในโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพสูงยังคงมีความจำกัดในการเข้าถึงการลงทุนสำหรับผู้ลงทุนรายย่อย ดังนั้น Green Tokenization จึงเข้ามาช่วยลดข้อจำกัดดังกล่าว ผ่านการนำคาร์บอนเครดิตเดียวกันมาเชื่อมโยงกับระบบเทคโนโลยีบล็อกเชนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล และอยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน ส่งผลให้ผู้ลงทุนทุกกลุ่มตั้งแต่ผู้ลงทุนรายย่อยไปจนถึงผู้ลงทุนสถาบัน สามารถเข้าถือครอง ซื้อขาย และรับผลตอบแทนจากสินทรัพย์อ้างอิงเดียวกันผ่านโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ที่สามารถร่วมลงทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่วันจดทะเบียนตลาดรอง 

          โครงการอ้างอิงของ Blu Green Token ครอบคลุมพื้นที่ป่าชายเลนจำนวน 17,531.04 ไร่ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER เรียบร้อยแล้วก่อนการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในครั้งนี้ โดยป่าชายเลนถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีศักยภาพในการกักเก็บคาร์บอนสูงที่สุดในโลก โดยสามารถดูดซับและกักเก็บคาร์บอนได้มากกว่าป่าไม้บนบกประมาณ 4–10 เท่า ส่งผลให้คาร์บอนเครดิตประเภทบลูคาร์บอนได้รับความสนใจและมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผู้ซื้อทั่วโลก โดยเฉพาะองค์กรที่มุ่งแสวงหาโครงการชดเชยคาร์บอนที่มีความน่าเชื่อถือสูงตามแนวคิด Nature-Based Solutions สำหรับ Blu Green Token แต่ละโทเคนจะแสดงสิทธิในการได้รับผลตอบแทนที่อ้างอิงจากการจำหน่ายคาร์บอนเครดิตที่ผ่านการรับรองในปริมาณ 1 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยโครงการได้จัดสรรคาร์บอนเครดิตรวมจำนวน 400,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO₂eq) ให้กับผู้ถือโทเคนดิจิทัลตลอดอายุโครงการ

          ทั้งนี้ Blu Green Token ได้มีการออกแบบกลไกความคุ้มครองผู้ถือโทเคนดิจิทัล DITTO จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ถือโทเคนดิจิทัลในจำนวนเทียบเท่ากับเงินลงทุนเริ่มต้น พร้อมผลตอบแทนทบต้นสะสมในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ในกรณีที่รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตไม่เพียงพอ

          คุณฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Siam TC และ DITTO กล่าวว่า “Siam TC ใช้เวลากว่า 3 ปีในการพัฒนาและฟื้นฟูโครงการป่าชายเลนที่มีมาตรฐานและความน่าเชื่อถือในระดับสูง โดยได้รับการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) (อบก.) ภายใต้มาตรฐาน Standard T-VER และ Premium T-VER ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 17,531 ไร่ ในพื้นที่ชายฝั่งของประเทศไทย โดยการนำโครงการดังกล่าวมาแปลงเป็นโทเคนดิจิทัลผ่าน Token X ถือเป็นก้าวสำคัญ เนื่องจากช่วยเพิ่มความโปร่งใส ขยายการเข้าถึงผู้ลงทุนในระดับสากล และเสริมสภาพคล่องให้แก่สินทรัพย์ที่ในอดีตจำกัดอยู่เฉพาะในตลาดการลงทุนแบบภาคเอกชน (Private Market) นอกจากนี้ DITTO จะให้การสนับสนุนทางการเงินแก่โครงการนี้ เนื่องจากเราเชื่อมั่นในพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม และศักยภาพของคาร์บอนเครดิตประเภทบลูคาร์บอนในระยะยาว”

 

          จากตลาด Green Tokenization ของไทยสู่โอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (APAC)

          หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของตลาดคาร์บอนเครดิตภาคสมัครใจ (Voluntary Carbon Market) คือ การขาดสภาพคล่องในการซื้อขาย ซึ่ง Blu Green Token เป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นคาร์บอนเครดิตที่ได้รับการออกแบบให้สามารถเคลื่อนย้ายและซื้อขายได้อย่างเต็มรูปแบบภายในระบบนิเวศของสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประเทศไทย และมีศักยภาพในการเชื่อมโยงไปสู่ผู้ลงทุนในตลาดต่างประเทศ โดยภายหลังการเสนอขายโทเคนดิจิทัลในตลาดแรก (Primary Offering) ผ่านแพลตฟอร์มของ Token X และตลาดรอง หรือ Bitkub Exchange ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. Blu Green Token มีเป้าหมายในการขยายโอกาสการเข้าถึงการลงทุนจากภายในประเทศสู่ภายนอกประเทศ อีกทั้ง มีโครงสร้างพื้นฐานของตลาดที่รองรับการเติบโตหลังการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Post-ICO) ที่เชื่อมโยงการลงทุนข้ามประเทศ และขยายการเข้าถึงตลาดทุนของผู้ลงทุนทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

          คุณวันรบ บุญธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุน บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) กล่าวว่า “Blu Green Token ถือเป็นโครงการ Green Tokenization แห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินการภายใต้กรอบการกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างเต็มรูปแบบ โดยโครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการนำโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและคาร์บอนเครดิตมาแปลงเป็นดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินรูปแบบใหม่ ที่ช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงการลงทุนด้านความยั่งยืนให้กับประชาชนทั่วไป พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการระดมเงินทุนไปสู่โครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม การออกเสนอขาย Blu Green Token ได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามมาตรฐานระดับสถาบัน และนักลงทุนรายย่อย”

          ทั้งนี้ มิติด้านการไหลเวียนของเงินทุนนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภายในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ระดับภูมิภาคผ่านความร่วมมือกับ SBIDM บริษัทด้านสินทรัพย์ดิจิทัลจากประเทศสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินธุรกิจภายใต้ใบอนุญาตประกอบธุรกิจตลาดทุน (Capital Markets Services License) ที่ออกโดยธนาคารกลางประเทศสิงคโปร์ โดย SBIDM ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรต่างประเทศให้กับ Blu Green Token ความร่วมมือระหว่าง SBIDM มีจุดประสงค์เพื่อขยายโอกาสการลงทุนใน Blu Green Token ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อสร้างช่องทางให้ Blu Green Token เข้าถึงผู้มีส่วนร่วมในตลาดต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวเป็นโครงการแรกของประเทศไทยที่สร้างสะพานเชื่อมระหว่างโครงการคาร์บอนเครดิตของประเทศไทยกับฐานเงินทุนของสถาบันที่มีความพร้อม และมีศักยภาพในระดับภูมิภาค รวมถึงสะท้อนให้เห็นถึงการยกระดับตลาดทุน

          คุณ CK Ong รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SBIDM กล่าวว่า “SBI Digital Markets มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมการลงทุนข้ามพรมแดนสำหรับ Blu Green Token โดยผู้ลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสนใจ และแสวงหาสินทรัพย์สีเขียวที่มีความน่าเชื่อถือสูงจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโครงการโทเคนดิจิทัลซึ่งมีสินทรัพย์อ้างอิงเป็นบลูคาร์บอนของประเทศไทยถือเป็นตัวอย่างที่โดดเด่นสำหรับสินทรัพย์ประเภทดังกล่าว บทบาทของเราในโครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างตลาดทุนในระดับภูมิภาค ผ่านการเชื่อมโยงสภาพคล่องและโอกาสการลงทุนจากผู้ลงทุนทั่วโลก เรามุ่งหวังที่จะสนับสนุนโครงการที่ไม่เพียงสร้างผลตอบแทนทางการเงินให้แก่ผู้ลงทุน แต่ยังสามารถส่งมอบผลลัพธ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่ตรวจสอบและพิสูจน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม”

 

 

8547

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

ออร์บิกซ์ (orbix) เปิดจองซื้อ MTS Gold Investment Token รับสิทธิประโยชน์ XAUT มูลค่าสูงสุด 4,000 บาท สำหรับผู้จองซื้อและได้รับจัดสรรครบ 1 ล้านบาท เริ่ม 24 ก.ค. 69 ผ่านทางแอป orbix

 

ออร์บิกซ์ (orbix) เปิดจองซื้อ MTS Gold Investment Token รับสิทธิประโยชน์ XAUT มูลค่าสูงสุด 4,000 บาท สำหรับผู้จองซื้อและได้รับจัดสรรครบ 1 ล้านบาท เริ่ม 24 ก.ค. 69 ผ่านทางแอป orbix

 

7363 MTS orbix

 

          บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด (orbix) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ในกลุ่มธุรกิจทางการเงินของธนาคารกสิกรไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทย เปิดจองซื้อ MTS Gold Investment Token โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในโครงการธุรกิจค้าทองคำ ระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2569 โดยผู้ลงทุนที่ทำรายการจองซื้อผ่านแพลตฟอร์ม orbix มีสิทธิได้รับ เหรียญ XAUT (Tether Gold)* มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท จำกัดจำนวน 500 สิทธิ และเป็นไปตามเงื่อนไขของกิจกรรมที่บริษัทกำหนด

         นางสาวอัศวิณี ศรีสมบูรณานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออร์บิกซ์ เทรด จำกัด (orbix) เปิดเผยว่า ออร์บิกซ์ เทรด (orbix) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของประเทศไทย ภายใต้ ออร์บิกซ์ กรุ๊ป ประกาศยกระดับแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลสู่มาตรฐานใหม่ โดยยึดถือ 3 แกนหลักสำคัญ ได้แก่ ความไว้วางใจ (Trust) ความปลอดภัย (Security) และการเข้าถึงที่ครอบคลุม (Accessibility) เพื่อเป็นรากฐานสู่การสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุน

         orbix รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้รับความไว้วางใจจากบริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด และ บริษัท คิวบิกซ์ ดิจิทัล แอสเสท จำกัด (kubix) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) สำหรับ MTS Gold Investment Token ให้เป็นช่องทางเพิ่มเติมหลัก (Lead Indirect Channel) สำหรับการเปิดเสนอขายและจองซื้อ “MTS Gold Investment Token” (โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำ) นอกเหนือจาก kubix ที่เป็นช่องทางจองซื้อโทเคนดิจิทัลโดยตรง ซึ่งสะท้อนบทบาทของ orbix ในการขยายโอกาสการลงทุนผ่านสินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์สำคัญของบริษัท โดยกำหนดเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 24 กรกฎาคม – 30 สิงหาคม 2569 โดยมีผลตอบแทนพื้นฐานคงที่ 3% ต่อปี พร้อมโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มตามสัดส่วนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ช่วยเพิ่มทางเลือกในการกระจายการลงทุน และบริหารความเสี่ยงในภาวะตลาดที่มีความผันผวน ผลตอบแทนไม่ได้รับประกัน เงื่อนไขเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงโอกาสการลงทุน orbix พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไขกิจกรรมที่บริษัทกำหนด นักลงทุนที่ทำรายการจองซื้อผ่านแพลตฟอร์ม orbix และได้รับการจัดสรรครบ 1,000,000 บาท จะได้รับสิทธิพิเศษรับเพิ่มเหรียญ XAUT (Tether Gold) หรือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทองคำจริงหนุนหลัง มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เฉพาะการทำรายการจองซื้อผ่านช่องทางของ orbix โดยต้องถือครองเหรียญ XAUT เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 30 วันปฏิทิน นับจากวันที่ได้รับโอนเหรียญ XAUT และเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

         นางสาวอัศวิณี กล่าวในต้อนท้ายว่า การยกระดับความก้าวหน้าครั้งนี้ ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์การใช้งานบนแพลตฟอร์มอย่างเต็มรูปแบบ ของการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลที่น่าเชื่อถือ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป การได้รับหน้าที่เป็นช่องทางเพิ่มเติมหลักในการเสนอขาย MTS Gold Investment Token ซึ่งเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับสินทรัพย์ที่มีมูลค่าจับต้องได้ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการกำหนดมาตรฐานใหม่ และเพิ่มความหลากหลายให้แก่ตลาดการลงทุนในประเทศไทย

         นายณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม่ทองสุกเซ็นทรัล จำกัด กล่าวว่า การพัฒนา MTS Gold Investment Token เป็นอีกก้าวสำคัญของแม่ทองสุกในการนำจุดแข็งด้านธุรกิจทองคำแท่งที่มีการซื้อขายและส่งมอบจริง มาผสานกับเทคโนโลยีบล็อกเชน เพื่อเปิดทางเลือกการลงทุนที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ภายใต้โครงสร้างการบริหารสินค้าคงคลัง การกำกับดูแล และการบริหารความเสี่ยงที่ชัดเจน ความร่วมมือกับ kubix และ orbix จะช่วยขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยสามารถเข้าถึงการลงทุนในธุรกิจค้าทองคำผ่านรูปแบบดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานของตลาดทุนไทย ทั้งนี้ แม่ทองสุกยังคงให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ เพื่อให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าโครงการนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของธุรกิจทองคำที่มีอยู่จริงและมีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ชัดเจน เราเชื่อว่า MTS Gold Investment Token จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจทองคำไทยเข้ากับโอกาสการลงทุนในยุคดิจิทัลได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

*XAUT (Tether Gold) เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทองคำจริงหนุนหลัง ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงมูลค่าของทองคำในรูปแบบดิจิทัลผ่านเทคโนโลยีบล็อกเชน

 

คำเตือนและความเสี่ยงที่ควรทราบ: คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาข้อมูล ลักษณะผลิตภัณฑ์ เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงอย่างละเอียด และโปรดเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ *เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด 

 

 

7363

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

DITTO เทรด Blu Green Token วันแรกพุ่งเหนือจอง !! IPO 1.20 บา.ขยับขึ้นไป 1.44 บ.พุ่ง 20.00%

DITTO Blu GreenDITTO เทรด Blu Green Token วันแรกพุ่งเหนือจอง !! IPO 1.20 บา.ขยับขึ้นไป 1.44 บ.พุ่ง 20.00%
      DITTO นำโทเคนดิจิทัล'Blu Green Token'เข้าเทรดวันแรกบน'บิทคับ ออนไลน์'ราคาเปิดเหนือจอง 8.30% จากราคาจองซื้อ 1.20 บาทต่อเหรียญโทเคน จากนั้นขยับขึ้นไป 1.44 บาท พุ่ง 20.00%'ฐกร' เผยระดมทุน 480 ล้านลงทุนด้านเทคโนโลยี ดูแลรักษาป่า
      เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นวันแรกที่ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (SCTC) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) DITTO ได้นำโทเคนดิจิทัล'Blu Green Token'เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub โดยเปิดตลาดที่ 1.30 บาทต่อเหรียญโทเคน เพิ่มขึ้น 0.10 บาท จากราคาจอง 1.20 บาทต่อโทเคน
       ด้าน นายฐกร รัตนกมลพร เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่ DITTO ได้ทำการซื้อขาย(Trade)โทเคนดิจิทัล 'Blu Green Token'ซึ่งเป็น โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่มีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับจากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนที่ STCT เข้าร่วม เป็นสินทรัพย์อ้างอิงและเป็นโทเคนเพื่อสิ่งแวดล้อมเหรียญแรกของไทย เพื่อระดมทุนใช้ในโครงการปลูกและดูแลรักษาป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต
โดยรายได้จากการขาย Blu Green Token จำนวน 400 ล้านเหรียญมูลค่า 480 ล้านบาทจะนำไปใช้ในการปลูก ปลูกซ่อม และดูแลรักษาป่าชายเลนครอบคลุมพื้นที่ 17,531.04 ไร่ซึ่งขึ้นทะเบียน Standard T-VER และ Premium T-VER ขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อให้การบริหารจัดการผืนป่าชายเลนมีประสิทธิภาพ และมีสภาพอุดมสมบูรณ์ที่สุด
        นอกจากนี้ บริษัทจะนำมาใช้ในการตรวจวัดการได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิตหรือ'Verify Carbon Credit'โดยได้พัฒนาและบูรณาการในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินงาน ประกอบด้วย โดรนบินสำรวจ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม( Satellite Monitoring) เข้ามาใช้ในการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด อีกทั้งใช้ Tree Detection App (TDA) เพื่อตรวจนับต้นไม้รายต้นและวิเคราะห์อัตราการรอดตาย ในพื้นที่ที่ต้องการรายละเอียดสูงและ ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล ใช้แอพลิเคชั่นที่พัฒนาโดย Siam TC เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีขั้นสูงจะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก
        นายฐกร กล่าวอีกว่า เมื่อป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพการดูดซับคาร์บอนแล้ว ประโยชน์ที่ได้ตามมายังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลวัยอ่อน เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ช่วยให้ชาวบ้านที่มีอาชีพประมงพื้นบ้านมีความมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ช่วยรักษาความสมดุลและความหลากหลายทางชีวภาพ แนวป่าชายเลนและหญ้าทะเลช่วยลดความรุนแรงของคลื่นป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และลดผลกระทบจากพายุ ที่สำคัญโครงการนี้ยังช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้จากการรับจ้างดูแลต้นไม้และดูแลป่าซึ่งจะทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
      นายฐกร กล่าวอีกว่า สำหรับจุดเริ่มต้นโครงการนี้มาจากบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกได้ทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช).มานานจนมีความเชี่ยวชาญทำให้รู้ว่าป่าชายเลนมีประโยชน์ในด้านการดูดซับคาร์บอนได้เป็นอย่างดี คาร์บอนที่ได้จากป่าชายเลนเรียกว่า Blue Carbon ที่มีประสิทธิภาพในการกักคาร์บอนได้สูงกว่าป่าบกถึงเกือบ 10 เท่า ประกอบกับในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเกิดภัยพิบัติต่างๆตามมามากมาย DITTO ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทยจึงน่าจะเข้ามามีส่วนในการแก้ปัญหา อีกทั้ง กรมทรัพยทากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) มีนโยบายเปิดให้เอกชนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดย DITTO ได้รับสิทธิในการดูแลรักษาป่าชายเลนด้วย จึงกลายเป็นธุรกิจใหม่ คือ กลุ่มกรีนเทคฯ
     “อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ธุรกิจหลักของ DITTO คือกลุ่ม บริการระบบจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร (Document & Data Management Solution) ในแต่ละปีช่วยให้องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนลดการใช้กระดาษและลดการตัดต้นไม้จำนวนมหาศาล สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเราที่ดำเนินธุรกิจที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและ รักษ์โลกมาโดยตลอด”นายฐกรกล่าว
       นางสาวจิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด(Token X) ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์( SCBX Group) ในฐานะผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ( ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(สำนักงาน ก.ล.ต.) กล่าวว่า ความสำเร็จในการนำ Blu Green Token เข้าซื้อขายในตลาดรองรวมถึงกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของการลงทุนที่คำนึงถึงผลตอบแทนควบคู่กับผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Investment) ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผู้ลงทุนหลายประเภท

       นอกจากนี้ Blu Green Token นับเป็นหนึ่งตัวอย่างในการเลือกลงทุนแบบใหม่และการขยายโอกาสการเข้าถึงสินทรัพย์มีคุณภาพให้แก่ผู้ลงทุนหลายกลุ่ม โดย Token X เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยต่อยอดศักยภาพของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในการเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

Blu Green Token นักลงทุน-ธุรกิจแห่จอง ทะลุเป้า พร้อมเปิดเทรด วันแรก 20 ก.ค.นี้ที่ Bitkub

Blu Green TokenBlu Green Token นักลงทุน-ธุรกิจแห่จอง ทะลุเป้า พร้อมเปิดเทรด วันแรก 20 ก.ค.นี้ที่ Bitkub
        DITTO ผนึก Token X โชว์ฟอร์มหรู เปิดจอง Blu Green Token 400 ล้านเหรียญเกลี้ยงทะลุเป้า รับ 480 ล้านบาท ลุยโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต นักลงทุนรายใหญ่ รายย่อย และธุรกิจแห่จองพรึบ เผยได้ฤกษ์เปิดเทรดวันแรก 20 กรกฎาคม 2569 ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub
       นายฐกร รัตนกมลพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (DITTO) และบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (STCT) เปิดเผยว่า STCT ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ DITTO ในฐานะผู้ออกโทเคนดิจิทัล Blu Green Token (BLU) ร่วมกับ บริษัท โทเคน เอ็กซ์ จำกัด (Token X) ผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัลในประเทศไทย (ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้เปิดให้ผู้สนใจจองซื้อโทเคนดิจิทัลเมื่อวันที่ 3-13 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
        และสามารถปิดดีลระดมทุนมูลค่า 480 ล้านบาท ได้สำเร็จเป็นอย่างดี และภายหลังการเสนอขายโทเคนดิจิทัลสิ้นสุดลง บริษัทเตรียมนำโทเคนดิจิทัลเข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นี้เป็นต้นไป เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถือโทเคนดิจิทัลสามารถซื้อขายในตลาดรองได้
      ทั้งนี้ การเสนอขาย Blu Green Token ซึ่งเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแรกของประเทศไทย ซึ่งมีคาร์บอนเครดิตจากป่าชายเลนเป็นสินทรัพย์อ้างอิง ได้รับการตอบรับจากผู้สนใจอย่างล้นหลาม สามารถปิดดีลครบเป้าที่วางไว้ 400 ล้านเหรียญโทเคน (ราคา 1.20 บาทต่อโทเคน) ได้ในเวลาอันรวดเร็ว โดยมีทั้งนักลงทุนรายใหญ่ นักลงทุนรายย่อย รวมถึงกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่หลายราย อาทิ กลุ่มธุรกิจอาหารรายใหญ่และซัพพลายเชน เป็นต้น
      “ปรากฏการณ์ดังกล่าว สะท้อนถึงความสนใจและเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งเชื่อมโยงกับคาร์บอนเครดิตและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กับผลตอบแทนการลงทุน ขณะเดียวกัน DITTO และ STCT มองว่าโทเคนดิจิทัลเป็นอีกกลไกที่ช่วยขยายทางเลือกการลงทุนควบคู่กับการสนับสนุนด้านความยั่งยืน”นายฐกร กล่าว
      ด้านนางสาวจิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Token X ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์ (SCBX Group) กล่าวว่า ทางบริษัท Token X เชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า Blu Green Token จะเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สำคัญของการนำสินทรัพย์ในโลกจริง (Real World Asset) มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างทางเลือกให้กับการลงทุนรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้ลงทุนพร้อมทั้งมีส่วนช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลและส่งเสริมการลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือกของไทยให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
       โดยในก้าวต่อไปได้ Token X และบริษัทได้เตรียมความพร้อมในการนำ Blu Green Token เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อรองรับการซื้อขายและเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ถือโทเคนดิจิทัลในตลาดรอง โดยจะเริ่มซื้อขายโทเคนดิจิทัลในวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นี้

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

apm   AD Ocean Life 300x300px 0

NHAการเคหะแห่งชาติ 

พัฒนาคุณภาพการอยู่อาศัย

พัฒนาสังคมไทยยั่งยืน