Newsdata Online1

WORLD7

ท่องเที่ยวฯ ระดมภาคีเครือข่าย เดินหน้าแผนชาติฉบับ 4 ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก

ท่องเที่ยวฯ ระดมภาคีเครือข่าย เดินหน้าแผนชาติฉบับ 4 

ดันไทยสู่จุดหมายท่องเที่ยวระดับโลก

 

IMG 6017

              ปลัดกระทรวงฯ เปิดเวทีระดมความเห็นรัฐ–เอกชน–ชุมชน ชู 5 เสาหลัก “คุณค่า–ยั่งยืน–แข่งขัน–ยืดหยุ่น–เชื่อมโยง” มุ่งยกระดับท่องเที่ยวไทย สร้างรายได้กระจายสู่ชุมชน รับมือโลกเปลี่ยนแปลง

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเดินหน้าขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575)ระดมความร่วมมือทุกภาคส่วน วางทิศทางการท่องเที่ยวไทยในอนาคต มุ่งยกระดับจากการเติบโตเชิงปริมาณ
สู่การท่องเที่ยวคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม กระจายรายได้สู่ประชาชนและชุมชน พร้อมเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น “จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก”

 

IMG 6009

             นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานเปิดการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเข้าใจในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2571–2575) โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคีเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเข้าร่วมณ ห้องประชุม Citrine Room ชั้น 5 โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น โฮเทล จังหวัดนนทบุรี

 

IMG 6010

            แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 กำหนดวิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง
การท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลก” (Thailand as a World-Class Quality Tourism Destination) พร้อมวาง 5 เสาหลักประเด็นการพัฒนาสำคัญ ได้แก่1) คุณค่า-ยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้การท่องเที่ยวไทย2)ยั่งยืน –การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืนและเติบโตอย่างสมดุล3)แข่งขัน- เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทย4) ยืดหยุ่น – เสริมสร้างระบบการท่องเที่ยวให้มีความยืดหยุ่น พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง และ 5) เชื่อมโยง- ยกระดับการบริหารจัดการการท่องเที่ยวด้วยข้อมูลและการบูรณาการความร่วมมือเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต

IMG 6012

            นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับโจทย์ท้าทายที่ส่งผลต่ออนาคตอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย ทั้งการสร้างรายได้และกระจายประโยชน์สู่ประชาชน การพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรม 
การปรับปรุงกฎระเบียบให้เอื้อต่อธุรกิจและการลงทุน การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การบริหาร
ความเสี่ยงและภัยพิบัติ การพัฒนาระบบเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย รวมถึงการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวางแผนและตัดสินใจ

 

IMG 6013

              หัวใจสำคัญของการประชุมครั้งนี้ คือ การเปลี่ยนกรอบนโยบายให้เป็นการปฏิบัติจริง โดยสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับการถ่ายทอดเป้าหมายและตัวชี้วัดสู่การดำเนินงาน การเชื่อมโยงแผนงานและโครงการกับงบประมาณ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ตลอดจนการติดตามและประเมินผล เพื่อให้ทุกภาคส่วนขับเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกันและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม

 

IMG 6014

            อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ คือ TALK SESSION เปิดมุมมองอนาคตการท่องเที่ยวไทยจากผู้เชี่ยวชาญและ
ผู้มีประสบการณ์ใน 4 ประเด็น ได้แก่ “เมื่อโลกเปลี่ยน การท่องเที่ยวไทยจะอยู่อย่างไรให้ยั่งยืน” โดย ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) และ “การแข่งขันครั้งใหม่ของการท่องเที่ยวไทย: เราต้องเปลี่ยนอะไรเพื่อไม่ให้ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง” โดย นายกิตติ พรศิวะกิจ ประธานคณะกรรมการ Smart Tourism สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

 

IMG 6008

            นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อ “เมื่อการท่องเที่ยวทำให้ชุมชนเติบโต: จากผู้มาเยือนสู่คุณค่าที่คืนกลับสู่พื้นที่”
โดย นายสมศักดิ์ บุญคำ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โลเคิลอไลค์ จำกัด และ “นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่กำลังมองหาอะไรจากประเทศไทย”โดย นางสาวกมลเนตร เรืองศรี นักแสดงและอินฟลูเอนเซอร์ด้านการท่องเที่ยว
มุมมองจากทั้ง 4 เวทีสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายของการท่องเที่ยวไทยในยุคใหม่ ทั้งการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตกับความยั่งยืน การปรับตัวรับการแข่งขันที่เข้มข้น การสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ชุมชน และการตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางการท่องเที่ยวไทยในระยะต่อไป

 

IMG 6018

             การประชุมครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการสร้างความเป็นเจ้าของแผนร่วมกันระหว่างทุกภาคส่วน เพื่อให้แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติ ฉบับที่ 4 ไม่หยุดอยู่เพียงกรอบนโยบาย แต่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง 
เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ประกอบการ ชุมชน และนักท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ แข่งขันได้ กระจายประโยชน์อย่างสมดุล และก้าวสู่การเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวคุณภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน

#แผนพัฒนาการท่องเที่ยวแห่งชาติฉบับที่4 #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #ท่องเที่ยวยั่งยืน

 

  

Click Donate Support Web

Generali720

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

ททท. เปิดตัว ‘THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027’

 

ททท. เปิดตัว ‘THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027’ ชู 5 ทิศทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทย มุ่งสู่ High-Value & Meaningful Destination

 

10333 TAT Highlight2027

 

          วันนี้ (20 ตุลาคม 2569) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงาน “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” ณ โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพฯ ประกาศทิศทางการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวไทยปี 2570 ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” มุ่งนำศักยภาพและอัตลักษณ์ของไทยพัฒนาเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวมูลค่าสูง ด้วย 5 ทิศทางสำคัญ ได้แก่ Wellness and Longevity Tourism, Festival Economy, Creative Economy, Sustainable and Regenerative Tourism และ Trusted Thailand พร้อมผลักดันสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวให้พร้อมเข้าสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจและขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ High-Value & Meaningful Destination 

          นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. มุ่งขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยตามแนวคิด Value over Volume ภายใต้ยุทธศาสตร์ “Transform Together” โดยให้ความสำคัญกับการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพและเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ทั้งประสบการณ์ที่มีความหมาย สะท้อนอัตลักษณ์ของพื้นที่ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและชุมชน รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการฟื้นฟูสมดุลกายใจ สำหรับปี 2570 ททท. ใช้กรอบ Amazing 5 Economy เป็นแนวทางพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว พร้อมขับเคลื่อนกลไก Partnership 360 ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทุกภาคส่วน เพื่อพัฒนาและยกระดับให้สินค้าท่องเที่ยวไทยได้มาตรฐานระดับสากล และเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงความต้องการ อันจะเพิ่มโอกาสในการเดินทางและการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตลอดจนกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการและชุมชน พร้อมสนับสนุนเป้าหมายรายได้จากการท่องเที่ยวในปี 2570 ให้เติบโตไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น High-Value & Meaningful Destination

          ภายในงานเปิดเวทีเสวนาในหัวข้อ “THAILAND NEXTPERIENCE : TOURISM PRODUCT HIGHLIGHT 2027” โดยมีนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. นพ.ดิสพงศ์ ปณิฐาภรณ์ (หมอโจ้) ผู้ร่วมก่อตั้งและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังประจำ The Demis Clinic และเจ้าของแบรนด์ Acca และคุณเบนซ์-ถาวร ภัสสรศิริกุล จากเพจ The Gaijin Trips แลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นพฤติกรรมนักท่องเที่ยวยุคใหม่ การดูแลสุขภาวะ และแนวทางการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวที่จะเพิ่มคุณค่าให้กับการเดินทางและอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

          ททท. มุ่งพัฒนาสินค้าท่องเที่ยวปี 2570 (Tourism Product 2027) ด้วย 5 ทิศสำคัญทาง ดังนี้

          1. Wellness and Longevity Tourism มุ่งยกระดับประเทศไทยสู่ Global Health & Healing Destination ภายใต้แนวคิด “Healing is the New Luxury” โดยนำศักยภาพด้านการแพทย์ สุขภาพ ภูมิปัญญาไทย อาหาร การบริการ และทรัพยากรธรรมชาติมาพัฒนาเป็นประสบการณ์ที่ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ผ่าน 3 รูปแบบ ได้แก่ Heal Better การรักษาและฟื้นฟูด้วยบริการทางการแพทย์และสุขภาพที่มีมาตรฐาน Live Longer การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ และ Feel Better การฟื้นฟูสมดุลกายใจผ่าน Nature Healing, Sport Wellness และภูมิปัญญาไทย พร้อมเชื่อมโยงบริการสุขภาพเข้ากับธุรกิจโรงแรม สปา ร้านอาหาร สมุนไพร กิจกรรมกีฬา และชุมชน อาทิ ศูนย์แพทย์แผนไทย “ศิริราชสัปปายะสถาน” และกิจกรรม “The Wave of Healing” หรือ Surf Therapy ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ณ จังหวัดพังงา

          2. Festival Economy มุ่งใช้เทศกาลและกิจกรรมเป็นกลไกกระตุ้นการเดินทางและการใช้จ่ายตลอดปี ภายใต้แนวคิด “365 Days of Celebration” ครอบคลุมเทศกาลศิลปวัฒนธรรม ดนตรี กีฬา และการท่องเที่ยวยามค่ำคืน อาทิ Pride Month, Tomorrowland Thailand, EDC Thailand, S2O, Wonderfruit, VIJITR Thailand, The Night by Amazing Thailand และ Amazing Thailand Marathon พร้อมส่งเสริมงานประเพณีที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ให้เป็น Signature Events เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างประเทศและกระจายรายได้สู่ภูมิภาค ได้แก่ งานประเพณีแห่เทียนพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี งานประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม และเทศกาลแห่ดาวคริสต์มาส จังหวัดสกลนคร

          3. Creative Economy มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญา วิถีชีวิต และความคิดสร้างสรรค์ของไทยมาต่อยอดเป็นสินค้าและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสัมผัสอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ ผ่าน 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญ ได้แก่

               • Meaningful Love Journey นำเสนอประเทศไทยในฐานะ Romance Destination ผ่านสินค้า 55 รายการ และ 4 เส้นทาง ภายใต้ 5 แนวคิด ได้แก่ Spiritual, Cultural, Nature, Wellness และ Everyday Romance เชื่อมโยงธรรมชาติ วัฒนธรรม ความศรัทธา สุขภาวะ และวิถีชีวิตไทยเข้ากับประสบการณ์การเดินทางสำหรับคู่รักและกลุ่มฮันนีมูน

               • Soul of Siam ถ่ายทอดคุณค่าของงานหัตถศิลป์ไทย (Thai Craftsmanship) ทั้งอัญมณี สิ่งทอไทย งานฝีมือ และศิลปะร่วมสมัย สู่ประสบการณ์ท่องเที่ยวระดับพรีเมียมที่สะท้อนภูมิปัญญา ทักษะฝีมือ และอัตลักษณ์ความเป็นไทย

               • Creatrip Thailand ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ผ่านศิลปะ งานคราฟต์ อาหาร และวิถีท้องถิ่น เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และมีส่วนร่วมกับความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละพื้นที่ ผ่าน 5 แนวคิด ได้แก่ Feel the Art in Soi, Feel the Inspiration, Feel the Crafted Community, Feel the Flavor และ Feel the Local Fun

          4. Sustainable and Regenerative Tourism มุ่งพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ไม่เพียงลดผลกระทบจากการเดินทาง แต่ยังสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ธรรมชาติ ระบบนิเวศ และชุมชน ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรและเรียนรู้วิถีชีวิตท้องถิ่น ควบคู่กับการสร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการอย่างรับผิดชอบ โดยมีโครงการ Chiang Mai Prototype ซึ่งต่อยอดการพัฒนาต้นแบบสินค้าท่องเที่ยวยั่งยืนจาก Krabi Prototype สู่จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมโยงทรัพยากรธรรมชาติ วิถีชีวิต และวัฒนธรรมล้านนาเข้ากับการเดินทางอย่างใส่ใจพื้นที่

          5. Trusted Thailand มุ่งยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และมาตรฐานด้านการท่องเที่ยว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยวและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยผ่าน TAT Certified อาทิ TAT STGs STAR, CF-Hotel และรางวัลอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย (Thailand Tourism Awards: TTA) ซึ่งเตรียมจัดการประกวดครั้งที่ 16 ในปี 2570 เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงความยั่งยืนและมีความรับผิดชอบ

          ททท. เชื่อมั่นว่า การพัฒนาสินค้าและเส้นทางท่องเที่ยวให้ตรงกับความต้องการของนักท่องเที่ยว ควบคู่กับการส่งเสริมมาตรฐานและความร่วมมือของพันธมิตรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จะช่วยเพิ่มมูลค่าจากการเดินทาง สร้างโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการ และกระจายรายได้สู่ชุมชน พร้อมสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

          ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด Tourism Product 2027 พร้อมค้นหาสินค้า บริการ กิจกรรม เส้นทางท่องเที่ยว และ E-book ได้ที่ www.tourismproduct.tourismthailand.org และ Facebook: Amazing Thailand หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ TAT Contact Center โทร. 1672

 

 

10333

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

16-27 ต.ค.นี้ ททท. ชวนเช็กอิน The Night Season 2 สัมผัส ‘Harmony of Healing’ แหล่งเติมพลังใจกลางสวนลุมพินียามเย็น

 

16-27 ต.ค.นี้ ททท. ชวนเช็กอิน The Night Season 2 สัมผัส ‘Harmony of Healing’ แหล่งเติมพลังใจกลางสวนลุมพินียามเย็น

 

10191 TAT Harmony of Healing

 

         การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ชวนมาพักใจกลางกรุง เปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้เป็นช่วงแห่งความสุข ในงาน “The Night by Amazing Thailand Season 2” ภายใต้แนวคิด “HARMONY OF HEALING บทเพลงฮีลกาย ท่วงทำนองฮีลใจ” เปิดพื้นที่ให้ทุกคนมาเติมพลังกายและใจท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของสวนลุมพินี ผ่านเสียงดนตรี ศิลปะ แสงสี และกิจกรรมหลากหลาย ระหว่างวันที่ 16–27 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00–21.30 น. ณ บริเวณลานหน้าอาคารบันเทิง สวนลุมพินี กรุงเทพฯ 

         ตลอด 12 วัน เตรียมพบกับหลากหลายกิจกรรม ที่ชวนทุกคนมาใช้เวลาท่องเที่ยวพักผ่อนยามเย็นและยามค่ำคืน 

         • ฟังเพลงเพราะทุกวันในสวน โดยโอกาสพิเศษนี้ได้รับเกียรติจาก ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงขับร้องบทเพลงและทอดพระเนตรงาน ในวันที่ 21 ต.ค.69 นอกจากนั้น ตลอดการจัดงานยังได้พบกับการแสดงดนตรีจากศิลปินหลากหลายแนว กว่า 46 ราย ที่จะเปลี่ยน Music Theme ไปในแต่ละคืน ตั้งแต่ Orchestra ดนตรีร่วมสมัยจาก 4 ภูมิภาค เพลงยุค 70–80 เพลงฮิตยุค 90 ลูกทุ่ง ลูกกรุง เพลงป๊อป เพลงรัก ไปจนถึง Reggae อาทิ โต๋ ศักดิ์สิทธิ์ วงโมเดิร์นด็อก ไอซ์ ศรัณยู กบ ทรงสิทธิ์ กัน นภัทร แก้มวิชญาณี วงสุนทราภรณ์ RASMEE Isan Soul วง Mocca Garden วง The Palace ปุ๊ อัญชลี จิ๊บวสุ แคนดี้ รากแก่น มาเรียม B5 วงเดอะเพอะ วง THE RUBE แอน ธิติมา อิน บูโดกัน เบล วริศรา และอีกมากมาย

         • มาเดินเล่น เติมพลังใจ กับผลงานศิลปะกลางสวนที่เปิดให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ทั้ง BOB The Nice Guy ที่ชวนมารับอ้อมกอดและแบ่งปันพลังบวก The Seed ที่ชวนออกแบบเมล็ดพันธุ์เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกของตัวเอง และ Sommarkz ที่ชวนรับข้อความให้กำลังใจผ่านงานศิลปะลูกบอล และกิจกรรม Sound Experience ที่นำเสียงธรรมชาติมาผสานกับบรรยากาศของแสง และ Grounding Therapy ที่เชื่อมโยงศิลปะและธรรมชาติเข้ากับการรับรู้ทางประสาทสัมผัส 

         • เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่สลับหมุนเวียน บน Mini Stage ทั้ง Yoga, Mindful Talk ฮีลใจ กับอุ๋ย บุดดาเบลส ฟังเสียง Handpan ผ่อนคลายจิตใจ กับ จั๋ง CRESCENDO การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ โขน หุ่นละครเล็ก และโนราห์ชาตรี รวมถึง DJ ร่วมสมัยที่ผสมผสานจังหวะ เสียง และรากวัฒนธรรมไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

         • ลงมือสร้างสรรค์และพักผ่อน ไปกับ Workshop และ D.I.Y. หลากหลายกิจกรรม พร้อมรับบริการนวดผ่อนคลาย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จำนวนจำกัด

         กิจกรรมทั้งหมดนี้เกิดขึ้นท่ามกลาง สวนลุมพินี พื้นที่สีเขียวใจกลางกรุงเทพฯ ที่ The Night Season 2 ชวนทุกคนมา เติมพลังกายและใจท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติใจกลางเมือง ทั้งในยามเย็นและยามค่ำคืน ไม่ว่าจะมาคนเดียว นัดเพื่อนหลังเลิกงาน ชวนคนรักหรือครอบครัวมาใช้เวลาร่วมกัน ก็สามารถเลือกใช้เวลาและเพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆ ได้ตามความสนใจ สามารถเข้าร่วมงานและกิจกรรม Workshop โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

         มาร่วมค้นพบ “Harmony of Healing” ในแบบของคุณ ที่ “The Night by Amazing Thailand Season 2: Music in Memory” ระหว่างวันที่ 16–27 ตุลาคม 2569 เวลา 16.00–21.30 น. ณ บริเวณลานหน้าอาคารบันเทิง สวนลุมพินี กรุงเทพฯ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Amazing Thailand หรือโทร. 1672

 

 

10191

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

กรมการท่องเที่ยวเปิดภารกิจ 'DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก'

กรมการท่องเที่ยวเปิดภารกิจ 'DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก'ดันกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ สู่ต้นแบบท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ พร้อมต่อยอด 5 เส้นทาง 10 จังหวัด 

IMG 5650

      กรมการท่องเที่ยวเดินหน้าขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืน เปิดผลสำเร็จโครงการ 'ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Tourism) ประจำปีงบประมาณ   พ.ศ. 2569'หลังลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานประกอบการ หน่วยงาน และชุมชนด้านการท่องเที่ยวกว่า 100 แห่งทั่วประเทศพบผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินมากกว่า 90%สะท้อนความพร้อมของภาคการท่องเที่ยวไทยในการปรับตัวสู่รูปแบบการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมนำองค์ความรู้   มาต่อยอดเป็นต้นแบบเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ 5 เส้นทาง ครอบคลุม 10 จังหวัดได้แก่ 1) กรุงเทพมหานคร-สมุทรปราการ 2) ชลบุรี-ระยอง 3) สระบุรี-นครราชสีมา 4) น่าน-แพร่ และ  5) ตรัง-พัทลุง 

IMG 5652

      กรมการท่องเที่ยวจัดงานแถลงข่าวขึ้นในวันที่29 กันยายน 2569 เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำภายใต้แนวคิด“DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก ไปกับเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”มุ่งสื่อสารให้เห็นว่า “การเที่ยวอย่างรับผิดชอบ” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่การเดินทาง การใช้พลังงาน การจัดการน้ำและขยะ ไปจนถึงการเลือกใช้บริการจากผู้ประกอบการและชุมชนที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

    นางสาววรธีรา สุวรรณศร รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญ  ที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติ การเติบโตของการท่องเที่ยวในวันนี้จึงต้อง  เดินควบคู่ไปกับการบริหารจัดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 

IMG 5659

       “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำไม่ใช่การลดความสนุกของการเดินทางท่องเที่ยว แต่คือการเปลี่ยนวิธีเที่ยวให้เกิดคุณค่ามากขึ้น ทั้งต่อสิ่งแวดล้อม ชุมชน และนักท่องเที่ยวเอง ทุกการเดินทางสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยโลกได้ ตั้งแต่การเลือกวิธีเดินทาง การใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ไปจนถึงการสนับสนุนสินค้าและบริการของชุมชนเพื่อให้เกิดรูปแบบการท่องเที่ยวที่สามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันยังเป็นโอกาสในการนำทรัพยากรและอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่มาพัฒนาเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า และช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน ”

      นางสาววรธีรา ยังกล่าวอีกว่า การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ  จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรมเมื่อทุกคนมีส่วนร่วม ตั้งแต่ผู้ประกอบการ ชุมชน ผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยว ไปจนถึงนักท่องเที่ยว“หัวใจของ Low Carbon Tourism คือ การทำให้ ‘เที่ยว’ กับ ‘ช่วยโลก’ เกิดขึ้นพร้อมกัน นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มได้จากเรื่องง่าย ๆ ขณะที่ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถร่วมกันออกแบบบริการและประสบการณ์ที่ลดการใช้ทรัพยากร และสร้างคุณค่าให้กับพื้นที่ได้มากขึ้น” รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยวกล่าว​​​​       

       สำหรับ การดำเนินงานในปี พ.ศ. 2569 กรมการท่องเที่ยวได้ลงพื้นที่ตรวจประเมินสถานประกอบการ หน่วยงาน และชุมชนด้านการท่องเที่ยวกว่า 100 แห่งครอบคลุมพื้นที่ท่องเที่ยวหลายภูมิภาคผลจากการดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า3 เดือนพบว่าผู้เข้าร่วมโครงการผ่านเกณฑ์การประเมินมากกว่า 90%นอกจากสะท้อนถึงความตื่นตัวของภาคการท่องเที่ยวแล้ว ยังทำให้เกิดองค์ความรู้และตัวอย่างการดำเนินงานที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลในพื้นที่อื่นได้ 

IMG 5661

     โดยภายในงาน“DOT Green Journey : เที่ยวด้วย ช่วยโลก ไปกับเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ”ยังจัดให้มีการเสวนาพิเศษแลกเปลี่ยนมุมมอง “เที่ยวอย่างไรให้ Low Carbon”นำโดยคุณวรธีรา สุวรรณศร รองอธิบดีกรมการท่องเที่ยว ผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวและสิ่งแวดล้อม พร้อม คุณเพชรดา อ้อชัยภูมิ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

    ภายใต้กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม  ได้ร่วมเสวนาพร้อมกับตัวแทนสถานประกอบการ ทั้งด้านกิจกรรม ด้านบริการและผู้แทนชุมชนท่องเที่ยว ที่ผ่านการประเมิน อาทิ คุณนภสร ลำธารทองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายการตลาดและ แบรนด์ บริษัท ไทย สไมล์ บัส จำกัด,คุณทวีศักดิ์ อ่องเอี่ยมประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซเชียล มูฟเม้นท์ โซลูชั่นส์ จำกัด เจ้าของบางกะเจ้าฟาร์มและ ประธานวิสาหกิจชุมชนบางกะเจ้าเกษตรอินทรีย์,คุณรชาภา อนันตนารากุลผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท โคแวน เคสเซ่ลแบงคอก ทัวร์ จำกัด ,คุณเสาวรส อริยรัชโตภาสผู้จัดการ บริษัท ลอฟท์เทล 22 แบงค็อก จำกัด หรือโรงแรม ตั๊ก หลัก เกี้ยและ“บาธ ธัญชนนท์ ชาติเมธากุล”ศิลปินผู้แทนกิจกรรมการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ

      โดยในงานเสวนานี้ ทุกท่านร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและสร้างแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมในธุรกิจของตนอย่างไร ซึ่ง“บาธ ธัญชนนท์ ชาติเมธากุล” ยังได้มาแชร์ประสบการณ์ ในการร่วมเดินทางไปทำภาระกิจร่วมประเมินสถานประกอบการทั่วประเทศ ไว้ให้ได้ชมกันที่ https://youtu.be/T_jrEJ_YgdU    

IMG 5651

      นอกจากนี้ ยังเปิดประสบการณ์“เที่ยวด้วย ช่วยโลก”ผ่านกิจกรรมล่องเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยเรือไฟฟ้า (EV) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการนำแนวคิดด้านการเดินทางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมาสร้างเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยว พร้อมสะท้อนให้เห็นว่าแนวคิด Low Carbonสามารถนำมาปรับใช้กับกิจกรรมท่องเที่ยวได้หลากหลายรูปแบบ

      จากกว่า 100 แห่ง สู่ 5 เส้นทาง 10 จังหวัดกรมการท่องเที่ยวเตรียมนำผลการประเมินองค์ความรู้ และตัวอย่างการดำเนินงานมาต่อยอดเป็นต้นแบบเส้นทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ เพื่อให้ผู้ประกอบการ ชุมชน และภาคีเครือข่ายสามารถนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของพื้นที่ พร้อมสร้างระบบนิเวศการท่องเที่ยวที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่การท่องเที่ยวเพราะ“การช่วยโลกไม่จำเป็นต้องหยุดเที่ยว”แต่คือการ“เปลี่ยนวิธีเที่ยว ให้โลกไปต่อได้”

#กรมการท่องเที่ยว #DepartmentofTourism#DOTGreenJourney #เที่ยวด้วยช่วยโลก#LowCarbonTourism

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100

ชมขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในไทย อ.คฑา ชวนจิบน้ำชา ชมจันทร์ เที่ยวไทยรับพลังบวก ณ มูลนิธิเทียนฟ้า

ชมขนมไหว้พระจันทร์ชมขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์ใหญ่ที่สุดในไทย อ.คฑา ชวนจิบน้ำชา ชมจันทร์ เที่ยวไทยรับพลังบวก ณ มูลนิธิเทียนฟ้า
      กระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย คณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน และ S&P หรือบริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ร่วมจัดงาน'จิบน้ำชา ชมจันทร์ ไหว้พระจันทร์กับ อ.คฑา'ในวันศุกร์ที่ 25 กันยายน 2569 ณ มณฑลพิธี มูลนิธิเทียนฟ้า เยาวราช ชวนประชาชนร่วมสืบสานเทศกาลไหว้พระจันทร์ พร้อมชมขนมไหว้พระจันทร์ยักษ์และทำความรู้จัก 12 จุดชมจันทร์ทั่วไทย
      อาจารย์คฑา ชินบัญชร ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีน และพรีเซนเตอร์โครงการ'เที่ยวไทยรับพลังบวก'กล่าวว่า เทศกาลไหว้พระจันทร์เป็นประเพณีสำคัญของชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีน
      โดยดวงจันทร์เต็มดวงสื่อถึงความสมบูรณ์ ความสามัคคี และการกลับมาอยู่พร้อมหน้าของครอบครัว การจัดงานปีนี้จึงมุ่งส่งต่อคุณค่าทางวัฒนธรรมไทย–จีนให้คนรุ่นใหม่ พร้อมส่งเสริมความรัก ความกตัญญู และความสัมพันธ์อันดีในครอบครัวและสังคม
      อีกหนึ่งเป้าหมายของงานคือการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมภายใต้แนวคิด 'เที่ยวไทยรับพลังบวก'ผ่านนิทรรศการแนะนำจุดชมจันทร์ 12 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งมีความงดงามและเอกลักษณ์แตกต่างกัน พร้อมสิทธิพิเศษจากพันธมิตรเพื่อชวนประชาชนออกเดินทางท่องเที่ยวในภูมิภาคต่างๆ              นอกจากนี้ คณะกรรมการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย–จีนจะมอบเงินสนับสนุนมูลนิธิเทียนฟ้า เพื่อร่วมช่วยเหลือผู้ป่วยโรคไตและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
     ไฮไลต์สำคัญคือการร่วมตัดขนมไหว้พระจันทร์ขนาดยักษ์จาก S&P เส้นผ่านศูนย์กลาง 1เมตร น้ำหนักกว่า 88กิโลกรัม ผลิตจากทุเรียนหมอนทองพรีเมียมจังหวัดจันทบุรีและเมล็ดบัว โดยใช้แม่พิมพ์และเตาอบขนาดพิเศษ ผู้จัดงานระบุว่าเป็นขนมไหว้พระจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยประจำปี 2569 สื่อถึงความสมบูรณ์ ความสามัคคี และการแบ่งปันความสุข โดยมีคุณเอ็ม–มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร S&P ร่วมถ่ายทอดแนวคิดเบื้องหลังการสร้างสรรค์ขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นพิเศษนี้
       ภายในงาน ผู้ร่วมงานจะได้สักการะฟ้าดิน ไหว้พระจันทร์ ขอพรเทพเยว่เหล่าหรือผู้เฒ่าจันทรา จุดประทีปถวายองค์เจ้าแม่กวนอิม ถวายน้ำชา และผูกด้ายแดงตามความเชื่อเรื่องความรักและสายสัมพันธ์อันเป็นมงคล พร้อมรับถุงแดงมงคลกลับบ้าน แนวคิดของงานในปีม้าคือ'ดอกไม้เบ่งบานบนดวงจันทร์ เมื่อม้ามาถึง ทุกสิ่งสำเร็จ'สื่อถึงความก้าวหน้าและความสำเร็จ
     CP LAND และโรงแรมในเครือฟอร์จูนร่วมมอบสิทธิพิเศษด้านห้องพัก ขณะที่ Sixt Thailand มอบสิทธิพิเศษด้านรถเช่า และ PT Max Card มอบสิทธิพิเศษด้านการสะสมคะแนนเติมน้ำมัน เพื่อสนับสนุนการเดินทางท่องเที่ยว 12 จุดชมจันทร์ทั่วไทย ภายในงานยังมีผลิตภัณฑ์จาก DR.Jill และอูซี่ร่วมสร้างสีสัน
      งานในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนางสาวราณี อิฐรัตน์ รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางสาวณัฐพรรณ ตรีเดชา ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และคุณสมัย กวักเพฑูรย์ ประธานคณะกรรมการมูลนิธิเทียนฟ้า ร่วมพิธี
      พร้อมกันนี้ยังมี ดร.สักก์พิพัฒน์ ประภาสิทธิ คุณพร้อมศักดิ์ จรัญญากร จาก PT Max คุณภูมน สมดี จาก Sixt Thailand และคุณนพสิทธ์ เที่ยงธรรม ตลอดจนศิลปินและแขกรับเชิญ ได้แก่ คุณขวัญ อุษามณี คุณหมิง จิริกิติยา (ชาลิสา) คุณวรายุท มิลินทจินดา และคุณลิซ่า อลิซาเบธ แซ่ดเลอร์ ลีลานุไชย ร่วมงาน

 

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100