Newsdata Online1

WORLD7

วิสาหกิจชุมชนฉะเชิงเทรา ผลิต GARNO Sparkling Fruit Wine สปาร์กลิ้งไวน์ ระดับพรีเมียม

GARNOวิสาหกิจชุมชนฉะเชิงเทรา ผลิต GARNO Sparkling Fruit Wine สปาร์กลิ้งไวน์ ระดับพรีเมียม

      สวัสดีครับ ผมวิธ กิตตน์ปวิธ จากวิสาหกิจชุมชนฉะเชิงเทรา ผู้ผลิต GARNO Sparkling Fruit Wine สปาร์กลิ้งไวน์ ระดับพรีเมียมจากธรรมชาติ ที่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ

     เราเชื่อมั่นว่า GARNO จะเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างความประทับใจและเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

   ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการมอบความสดชื่นและประสบการณ์สุดพิเศษนี้ให้กับนักท่องเที่ยว พร้อมเรทราคาพิเศษสำหรับสมาชิกทุกท่านครับ

 

กิตตน์ปวิธ เจียรนิลกุลชัย
โทร 06-2580-3568
E-mail: c.kitprawit@gmail.com
ID Line: kitt080

วิสาหกิจชุมชน เกษตรปลอดภัยสูง อ.บ้านโพธิ์

 

Click Donate Support Web 

NHA Baner

PTG 720x100MTI 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100EXIM One 720x90 C JMTL 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100ธกส 720x100ใจฟู720x100pxAXA 720 x100

นายกเมืองพัทยา เผย 3 จุดใหญ่ยังเสี่ยงน้ำท่วม เร่งแก้ไขเครื่องสูบน้ำ

นายกเมืองพัทยานายกเมืองพัทยา เผย 3 จุดใหญ่ยังเสี่ยงน้ำท่วม เร่งแก้ไขเครื่องสูบน้ำ
     นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เมืองพัทยา หลังฝนตกลงมาในระดับ 50-80 มิลลิเมตร เมื่อคืนที่ผ่านมา ว่ายังมี 3 จุดใหญ่ที่เป็นปัญหาสำคัญ ได้แก่ เขาน้อย เขาตาโล และถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ โดยมวลน้ำที่ไหลมาจากเขาน้อยและเขาตาโล ส่งผลให้เครื่องสูบน้ำทำงานไม่ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขังตั้งแต่เวลา 21.00–23.00 น. รวมกว่า 2 ชั่วโมง
นายกเมืองพัทยา ระบุว่า แม้เครื่องสูบน้ำในเฟสที่ 1 ใกล้จะมอบส่งงานแล้ว และเครื่องสูบน้ำเฟสที่ 2 สามารถช่วยระบายน้ำได้บางส่วน แต่สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีกคือภาพรถจมน้ำ ซึ่งครั้งนี้จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำจุดพบว่า มีประชาชนบางส่วนฝ่าฝืนคำเตือนขับรถเข้าสู่พื้นที่น้ำไหลแรง ทำให้ต้องทิ้งรถไว้กลางน้ำตามที่ปรากฏเป็นข่าว
      นอกจากนี้ บริเวณด้านหลังตลาดน้ำสี่ภาคพัทยา ยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยสาเหตุหลักเกิดจากการที่เครื่องสูบน้ำไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากถูกขโมยสายไฟ ทำให้ไม่สามารถระบายน้ำได้ทันเวลา เมืองพัทยาได้สั่งการให้ผู้อำนวยการสำนักการสุขาภิบาลเร่งจัดซื้อจัดจ้างและแก้ไขโดยด่วน เพื่อให้เครื่องสูบน้ำกลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด
     ทั้งนี้ เมืองพัทยา ได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการติดตั้งสัญญาณเตือนในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ห้ามรถผ่าน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนดำเนินการ ขณะนี้ยังคงต้องใช้เจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งฝากคำขอโทษไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และยืนยันว่าจะเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมใน 3 จุดสำคัญ ได้แก่ ถนนสุขุมวิทพัทยาใต้ เขาน้อย และเขาตาโล ให้เร็วที่สุด
นิราช ทิพย์ศรี ชลบุรี พัทยา

 

Click Donate Support Web 

NHA Baner

PTG 720x100MTI 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100EXIM One 720x90 C JMTL 720x100SME720x100 2024CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100ธกส 720x100ใจฟู720x100pxAXA 720 x100

เริ่มแล้วจุดแรกพช. จัดงานสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ฟื้นจักสานผักตบชวา จังหวัดชัยนาท สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน

F60EB5F7 B1EF 4165 B46A EAD931CF82C0

6688F82B 1DD9 4B9E 8576 3D1C2A0619E7

แรกพช. จัดงานสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ฟื้นจักสานผักตบชวา จังหวัดชัยนาท  สู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างยั่งยืน

       กลุ่มหัตถกรรมผักตบชวาบ้านอ้อย หมู่ที่ 7 ตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน มอบหมายให้นายทินกร บุญเงิน ผู้ตรวจราชการกรมเป็นประธานเปิดโครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ กิจกรรมที่ 1 พัฒนาองค์ความรู้ให้กับองค์กร กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชน โดยมีนายสุรพล แก้วอินธิ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นและวิสาหกิจ

        ชุมชน กล่าวรายงานฯ พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญและวิทยากร ได้แก่ ดร.กรกลด คำสุข รองคณบดีฝ่ายวิชาการรักษาการผู้อำนวยการสำนักวิชาสร้างสรรค์วิทยาลัยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ดร.ณัฐวรรธน์ วิวัฒน์กิจภูวดล อาจารย์พิเศษ Vice president- Retail business strategy and innovation  ดร.นวัทตกร อุมาศิลป์ อาจารย์หลักสูตรสาขาวิชาการออกแบบแฟชั่นและสิ่งทอ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย นายชัยณรงค์ กาญจะนะกัญโห พัฒนาการจังหวัดชัยนาท นางลัดดาวัลย์ ผาสุพันธ์ นายอำเภอสรรพยา นางสาวริตยา รอดนิ่ม ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น รักษาการในตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการพัฒนาชุมชน หัวหน้าส่วน

990050C0 692C 4E8E A9F8 397F5DD5AF50

ราชการระดับอำเภอ เจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน และสมาชิกกลุ่มหัตถกรรมผักตบชวาบ้านอ้อย ร่วมกิจกรรมฯ 

      นายทินกร บุญเงิน ผู้ตรวจราชการกรมกล่าวว่า “นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราทุกคนที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการสนองแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงทุ่มเท เสียสละด้วยความมุ่งมั่นที่จะสืบสาน รักษาและต่อยอด เพื่อทำให้พวกเราทุกคนได้มีโอกาสที่ดีในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยนำภูมิปัญญาผ้าไทยผ้าอัตลักษณ์ และงานหัตถกรรมทุกรูปแบบ มาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตโครงการพัฒนารูปแบบชุมชนภูมิปัญญาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์

       เป็นส่วนหนึ่งในโครงการตามแนวพระดำริ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” เป็นการจัดเก็บและบันทึกภูมิปัญญาสำคัญของชุมชน นำมาถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความร่วมสมัยตรงตามความต้องการของตลาด ผ่าน 3 กิจกรรมดังนี้ กิจกรรมที่ 1 พัฒนาองค์ความรู้ให้กับองค์กร กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชน กิจกรรมที่ 2 ออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน และ กิจกรรมที่ 3 จัดกิจกรรมเปิดตัวชุมชนภูมิปัญญาพร้อมจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์และเผยแพร่ประชาสัมพันธ์  ซึ่งการจัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาองค์ความรู้ให้กับองค์กร กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการในชุมชน โดยนำภูมิปัญญามาพัฒนาให้เกิดผลงานอันทรงคุณค่า ตรงตามความต้องการของตลาด 

     ในโอกาสนี้ ขอขอบคุณท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาคส่วนจังหวัด อำเภอชุมชน และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องผู้ประกอบการทุกท่าน ได้มุ่งมั่นสนองพระกรณียกิจ ในการสืบสานและต่อยอดภูมิปัญญาที่มี

03453BF1 A394 4523 97F0 53348D2B92CB

พช.ชวนเที่ยวมหกรรมงานช้อป ครั้งยิ่งใหญ่ 'ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566' 12-20 ส.ค.นี้

1 OTOP

พช.ชวนเที่ยวมหกรรมงานช้อป ครั้งยิ่งใหญ่ 'ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566' 12-20 ส.ค.นี้

กระทรวงมหาดไทย โดย กรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ชวนเที่ยวมหกรรมงานช้อป ครั้งยิ่งใหญ่ 'ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566ง ตระการตากับผ้าไทยใส่ให้สนุก ชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ หัตถศิลป์อันทรงคุณค่าจากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ และสุดยอดสินค้า OTOP ทั่วไทย พร้อมอร่อยล้ำกับ OTOP ชวนชิม นัดช้อปพร้อมกัน 12 – 20 สิงหาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

วันที่ 7 สิงหาคม 2566 เวลา 10.30 น. นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เดินทางไปยังสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 เพื่อโปรโมทงาน 'ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566” ในรายการแซ่บพาซ่าส์ ภายใต้แนวคิด“ผ้าทอไทย สายใยแห่งพระเมตตา สร้างอาชีพปวงประชา อย่างยั่งยืน” เพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรง ที่ทรงส่งเสริมอาชีพและช่วยเหลือราษฎรให้มีอาชีพเสริม เพิ่มพูนรายได้อย่างกว้างขวางนะครับ

นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า ภายในงานก็จะมีผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจ และมีอยู่หลายโซนด้วยกัน เพราะพื้นที่การจัดงานเรามีมากถึง 60,000 ตารางเมตร โซนที่น่าสนใจ เช่น โซนศิลปิน OTOP ซึ่งทุกท่านก็จะได้เห็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น วิจิตรตระการตา เต็มไปด้วยเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ด้วยทักษะเชิงช่าง และเป็นงานศิลป์ชั้นยอด อาทิ ชุดเครื่องเงิน : ที่เห็นนี้ ( INS เครื่องเงิน ชุด คอปกนางพญาเครือวัลย์ จากร้าน มนตรีเครื่องเงิน ) ศิลปินที่สร้างสรรค์งาน เค้าได้แรงบันดาลใจมาจากการที่เห็นคนใส่เสื้อเชิ้ต ก็เลยคิดที่จะทำให้คอปกเสื้อดูสวยงาม และอลังการมากขึ้น ก็เลยออกแบบสร้อยคอประดับลายเครือวัลย์ขึ้นมา

เมื่อสวมทับแล้ว ก็จะดูสง่างามมากขึ้น และก็ออกแบบกำไลข้อมือเพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อให้เข้าชุดกัน นอกจากนี้ ก็ยังมีชิ้นงานอื่นๆ อีกมากมายครับ อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างให้ได้ชมกัน ผ้าทอลายโบราณ จ.อุทัยธานี : ใครที่ชอบผ้าไทยน่าจะชอบ เป็น ผลิตภัณฑ์ผ้าจกไหมแต้มตะกอ ทุกผืนได้รับการออกแบบสี และลวดลายเฉพาะตัว เป็นการอนุรักษ์ลวดลายโบราณ ด้วยเทคนิคการทอผ้าจกของกลุ่มชาติพันธุ์ไทครั่ง ซึ่งมีอยู่ในท้องถิ่น มาประยุกต์รูปแบบและลวดลายให้มีเอกลักษณ์เฉพาะ เพื่อสร้างคุณค่าของงานผ้าจกไหม

โดยได้ยกตัวอย่างผ้าจกไหมปทุมพล ซึ่งมีราคาสูงถึง 180,000 บาท เป็นงานฝีมือที่ต้องอาศัยทั้งทักษะและเทคนิคการทอผ้าตามภูมิปัญญาดั้งเดิม ลวดลายเป็นลายดอกบัวทั้งผืน ราคาอาจจะสูงสำหรับคนทั่วไป เพราะเป็นสินค้าระดับพรีเมี่ยม แต่ภายในงานเรายังมีสินค้า และผลิตภัณฑ์จากผ้าไทยให้เลือกหลายระดับ ตั้งแต่ 3 – 5 ดาว แล้วก็มีทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย รวมทั้งกลุ่มสินค้า BCG ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เป็นสินค้าอัตลักษณ์ที่โดดเด่น

และเป็นที่ต้องการของตลาด อย่างเช่น กระเป๋าถือจากใบจามจุรี หรือใบฉำฉา จากกลุ่มผลิตภัณฑ์ศิรดา (DE BUA) จ.ลำปาง เป็นกระเป๋าที่ทำมาจากใบจามจุรี ซึ่งมีจำนวนมากในท้องถิ่น ชาวบ้านนิยมทำเป็นปุ๋ยหมัก แต่ทางผู้ประกอบการได้มีไอเดียสร้างมูลค่า จึงนำมาประยุกต์ให้เป็นกระเป๋าด้วยเทคนิคเฉพาะตัว โดยนำใบซี่งมีหลายขนาด ทั้งเล็ก-ใหญ่ มีหลายสีจากใบอ่อน แก่ ใช้การหมักด้วยน้ำให้นุ่ม โรยบนพื้นผ้าให้เป็นพื้น เกิดเป็นลายซับซ้อนโดยคงความเป็นธรรมชาติ และคงเป็นเอกลักษณ์ของใบจามจุรีไว้

นอกจากนี้ สินค้ากลุ่มสมุนไพร ของใช้ ของที่ระลึก อาหาร เครื่องดื่ม จากทั่วประเทศรวมกว่า 1,500 บูธ รวมของดีมาให้แล้วทั้งหมดจากทั่วประเทศ อาทิ ผลิตภัณฑ์กลุ่มสมุนไพร แบรนด์ คีเฟอร์ บัวหิมะทิเบต เป็นผลิ่ตภัณฑ์ OTOP 5 ดาว จาก จ.ราชบุรี สำหรับใช้ทำความสะอาดผิวหน้า ล้างเครื่องสำอาง และบำรุงในขั้นตอนเดียวกัน เป็นการผสมผสานภูมิปัญญาและผลิตภัณฑ์ที่มีในชุมชน คือ น้ำนมแพะ กับวิทยาศาสตร์เครื่องสำอางค์ได้อย่างน่าสนใจ

คือ นำน้ำนมแพะมาหมักในยีสสายพันธุ์เฉพาะ จนเป็นโยเกิร์ตธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นตัวตั้งต้นในการผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเน้นผลิตภัณฑ์ บำรุงและทำความสะอาดผิวหน้า ที่ปราศจากสารกันเสีย น้ำหอม และแอลกอฮอล์ ด้านของกินเรามี OTOP ชวนชิม ถึง 176 บูธ จากทั่วประเทศ ทั้งอาหารคาว – หวาน เครื่องดื่ม ของกินเล่น ผักผลไม้

นายวรงค์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากที่เอามาโชว์ในรายการวันนี้แล้ว ในงาน OTOP ศิลปาชีพ ปีนี้ หนึ่งในจุดเช็คอินที่สายแชะ ไม่ควรพลาด นั่นก็คือ ประติมากรรมรูปปั้นหนุมาน ที่จะมายืนโดดเด่นอยู่ในพื้นที่โซนศิลปิน OTOP ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยผลงานหัตถศิลป์ชั้นยอด ซึ่งนอกจากจะมีเครื่องเงินที่ ก็มีขันน้ำมนต์ถมทอง 14 นิ้ว ลายชาดกทศชาติ จ.นนทบุรี / ภาพแกะสลักหนังตะลุง ชุดรามเกียรติ์ จ.นครศรีธรรมราช / ผ้าตีนจก จ.แพร่ / ผ้าไหมแพรวา จ.กาฬสินธุ์ /กระเป๋ากระจูดปักมือภาพถวายพระพร จ.พัทลุง /ทองรูปพรรณลายโบราณ จ.สุโขทัย

ภายในงานยังมีโซนสินค้าและผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ / โซนผ้าไทยใส่ให้สนุก ซึ่งปีนี้มีการจัดแสดงผ้าไทยจาก 3 โมเดล ได้แก่ ดอนกอยโมเดล นาหว้าโมเดล และบาติกโมเดล / โซน First Lady เป็นโซนจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ตัดเย็บอย่างประณีต ที่ผ่านเวทีแฟชั่นโชว์ระดับโลกมาแล้ว รวมทั้งผ้าอัตลักษณ์ประจำถิ่น ที่ได้รับการออกแบบดีไซน์ให้มีความร่วมสมัย

เรียกว่าระดับพรีเมียมทุกชิ้น เช่น ห้องเสื้อดีเทล จ.นครราชสีมา / ศูนย์เรียนรู้และออกแบบขวัญตา จ.หนองบัวลำภู และอื่นๆ อีกมากมาย อย่างเช่น Health & สปา ใครเดินช้อปจนเหนื่อย ก็ใช้บริการนวดก่อนได้ เรามีพื้นที่กั้นให้เป็นสัดส่วน เพลิดเพลินกับแสดงศิลปวัฒนธรรมมินิคอนเสิร์ต กิจกรรมส่งเสริมการขาย การจัดแสดงสินค้าของหน่วยงานภาคี และสินค้า OTOP ทั้ง 5 ประเภท รวมกว่า 1,500 บูธ ครับ

“ท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่าน อย่าลืมมาชิม มาช้อป กันให้ได้ ในงาน 'ศิลปาชีพประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจ ด้วยพระบารมี ปี 2566'แต่ถ้าใครไม่สะดวกมาช้อปที่งานจริงๆ ปีนี้ เราก็มีให้ไปเลือกช้อปออนไลน์ ที่ Shopee ก็มีให้เลือกช้อปได้ แต่อาจไม่จุใจและตระการตาเท่าเดินในงาน ฉะนั้น ถ้าได้ช้อปออนไลน์แล้ว ช่วง 12-20 สิงหาคมนี้ ต้องหาวันว่างสัก 1 วัน มาช้อปที่งานกันให้ได้นะครับ” นายวรงค์ แสงเมือง รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวทิ้งท้าย

 

Click Donate Support Web  

CKPower 720x100

EXIM One 720x90 C JMTL 720x100

kasat 720x100TOA 720x100

วิริยะ 720x100

AXA 720 x100

aia 720 x100

BKI 720 x 100ais 720x100sme 720x100ธกส 720x100

PTG 720x100

ใจฟู720x100px

เกื้อกูล Local Enterprises Exposition 2023:'ธุรกิจชุมชน คน-ของ-ตลาด โมเดล'กลไกสร้างความมั่งคั่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

1 เกื้อกูล Local

เกื้อกูล Local Enterprises Exposition 2023:'ธุรกิจชุมชน คน-ของ-ตลาด โมเดล'กลไกสร้างความมั่งคั่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)สังกัดสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กำหนดบทบาทของตนเป็น change agent และเป็นผู้ริเริ่มแผนงานวิจัย ‘การพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Enterprises) บนฐานทรัพยากรพื้นถิ่น เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่’หรือที่เรียกโดยย่อว่า Local Enterprises (LEs)  เป็นครั้งแรกของประเทศไทย

ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 และมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากและเศรษฐกิจหมุนเวียนในพื้นที่ ผ่านการยกระดับสมรรถนะหรือพัฒนาศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถของการจัดการธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่เป้าหมาย ด้วยการยกระดับรายได้และกระจายรายได้อย่างเป็นธรรม (Fair Trade) สู่กลุ่มผู้ผลิตหรือกลุ่มเกษตรกรต้นน้ำและคนในชุมชน เพื่อการเติบโตอย่างมั่งคั่ง มั่นคง ยั่งยืน เกื้อกูล และโตไปด้วยกัน

เพื่อนำเสนอหลักคิด วิธีทำงานร่วมกับผู้ประกอบการกับภาคีวิจัย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง จึงได้ร่วมกับสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชนจัดงาน เกื้อกูล Local Enterprises Exposition 2023 หรือ เกื้อกูลLEs Exposition 2023 ภายใต้แนวคิด’ธุรกิจชุมชน คน-ของ-ตลาด โมเดล กลไกสร้างความมั่งคั่งให้กับเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน’ ระหว่างวันที่ 14-16 กรกฎาคม 2566 ณ ลานร่ำรวย ชั้น 5 เดอะ สตรีท รัชดา

ในโอกาสสำคัญนี้ ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานและกล่าวเปิดงานในวันศุกร์ที่ 14 กรกฎาคมศกนี้ ณ ลานร่ำรวย ชั้น 5 เดอะ สตรีท รัชดา          

โดยมีผู้บริหารของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานได้แก่ ดร. กิตติ สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการหน่วย บพท., ดร.สีลาภรณ์ บัวสาย ประธานคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาการขับเคลื่อนวิทยสถานธัชภูมิ, รองศาสตราจารย์ ดร. บัณฑิต อินณวงศ์ ผู้อำนวยการกรอบการวิจัย เกื้อกูลLocal Enterprises และดร. สุทัศน์ รงรอง ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดูอินไทย จำกัด

แผนงานวิจัย พัฒนา ธุรกิจชุมชนเกื้อกูลLocal Enterprises มุ่งเน้นการเพิ่มสมรรถนะหรือ ศักยภาพและยกระดับขีดความสามารถในการจัดการธุรกิจของผู้ประกอบการในพื้นที่ (Local Entrepreneurs) มุ่งเน้นให้ใช้ทรัพยากรพื้นถิ่น (Local Resources) มาผลิตเป็นสินค้าหรือบริการ และมุ่งเน้นให้มีการจ้างและสร้างงานในพื้นที่เพิ่มมากขึ้น (Local Employment) เพื่อให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจชุมชน (Local Economy) ผ่านการใช้ข้อมูล (Data-driven Super APP) 

แนวคิด (คน-ของ-ตลาด โมเดล) 3 กระบวนการ และ 2 เครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อน ผลักดัน พัฒนา จนสามารถขยายผล ออกแบบและสร้างกระบวนการหนุนเสริมการพัฒนาธุรกิจชุมชน เกื้อกูลLEs และสามารถสนับสนุนทุนวิจัยเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาการเงิน ปัญหาธุรกิจของผู้ประกอบการกลุ่มเป้าหมาย เกื้อกูลLEs ทำให้ส่งผลต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ ทั้งในด้านทรัพยากร แรงงาน และความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ความทรงพลังของหลักคิดและแก่นแนวคือ 'คน-ของ-ตลาด โมเดล'เป็นกระบวนการคิดแบบ Business Development มิใช่ Product Development โดยเน้นการพัฒนาคน(ธุรกิจ) ด้วยการฝึกให้ผู้ประกอบการในพื้นที่วินิจฉัยสุขภาพธุรกิจ และสุขภาพการเงินตนและใช้ข้อมูลฝั่งอุปทาน (demand) หรือ ตลาด มาออกแบบการบริหารจัดการธุรกิจของตน เจาะลึกข้อมูลตลาด เพื่อเห็นโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ แล้วค้นหาเพื่อเติมเต็มช่องว่างทางความรู้ของตน knowledge gap เพื่อช่วยให้สามารถสร้างของที่พัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของกลุ่มผู้ประกอบการได้ 

ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน พบว่า แผนงานวิจัย เกื้อกูลLocal Enterprises สามารถยกระดับขีดความสำเร็จของธุรกิจชุมชน โดยได้สร้างและพัฒนากลไกการยกระดับธุรกิจชุมชนทั้งรูปแบบการทำงานโดยตรงกับธุรกิจชุมชน และผ่านการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย และนักวิจัยในพื้นที่ (Local Knowledge Manager) รวมทั้งสิ้นกว่า 3,023 ธุรกิจชุมชน

ก่อเกิดรายได้รวมของธุรกิจชุมชนที่ผ่านกระบวนการสร้างการเรียนรู้มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 140% มีรายจ่ายที่เป็นการซื้อวัตถุดิบในพื้นที่เพิ่มขึ้นถึง 700% มีการจ้างงานคนในพื้นที่เพิ่มขึ้น 100% และมีสัดส่วนการใช้วัตถุดิบในพื้นที่สูงขึ้นถึง 57% ต่อเดือน ซึ่งเป็นผลมาจากการเรียนรู้ไปสู่การทำงานจริงผ่าน 3 กระบวนการที่ออกแบบมาสำหรับเกื้อกูลLEs

ได้แก่ 1. การรอบรู้เพื่อตื่นรู้ 2. การเปลี่ยนสัมมาชีพสู่มืออาชีพ 3. การสร้างธรรมมาชีพจากเครือข่ายธุรกิจร่วม และผ่าน 2 เครื่องมือสร้างการเรียนรู้ (Learning Platform) ในรูปแบบ Gamification ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะเพื่อกลุ่ม เกื้อกูลLEs อาทิ 1. การเงินเศรษฐี 2. การตลาดฟาดมโน 3. การสร้างมูลค่าจากห่วงโซ่คุณค่า 4. อยากผิดชีวิตบรรลัย (อุปสงค์ อุปทานการผลิต) เป็นต้น และเครื่องมือเหล่านี้สามารถช่วยยกระดับความสามารถการประกอบการของธุรกิจชุมชน เกื้อกูลLEs ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

และเพื่อการขยายผลทั้งในมิติเชิงความคิดและมิติเชิงปริมาณในปีงบประมาณ 2566 นี้ แผนงานวิจัย เกื้อกูลLocal Enterprises ได้เดินหน้าและยกระดับการทำงานรูปแบบใหม่ 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 การเดินหน้าด้วยสถาบันเกื้อกูลเศรษฐกิจชุมชน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาธุรกิจชุมชนที่สร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการยกระดับขีดความสามารถของธุรกิจชุมชนและผู้ประกอบการ เกื้อกูลLocal Enterprises ทั่วประเทศไทย

ด้วยการสร้างองค์ความรู้ว่าด้วยการสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้กับศรษฐกิจชุมชนที่ตอบสมัยและตรงกาล รวมทั้งการพัฒนาต่อยอดโดยการบ่มเพาะ (Incubator) และเสริมพลัง (Empowerment) ธุรกิจชุมชนจากโครงการธุรกิจปันกันในรูปแบบเดี่ยวไปสู่กลุ่มและเครือข่าย

รวมทั้งการสร้างกลุ่มและเครือข่ายของประชาคมวิจัย ทั้งในรูปแบบนักวิจัยอิสระและมหาวิทยาลัย เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความมั่งคั่งที่ยั่งยืนทางเศรษฐกิจของพื้นที่ และ รูปแบบที่ 2 การเดินหน้าสร้างเครื่องมือที่ทรงพลัง คือ เกื้อกูลLEs Super APP: Data Driven Strategy  Application       

กลยุทธ์การใช้ดาต้า ข้อมูลเป็นตัวนำความสำเร็จ ผ่านการเก็บข้อมูลของผู้ประกอบการ เกื้อกูลLEs ที่ลงทะเบียนทั่วประเทศเข้าเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการทางการเงินใหม่ที่ชื่อว่า ‘เกื้อกูลLEs Super APP’ ซึ่งจะเป็นฐานข้อมูลธุรกิจชุมชนขนาดใหญ่ระดับประเทศที่มีทั้งข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจชุมชน อาทิ เช่น การเงิน การตลาด การจ้างงาน และข้อมูลกลยุทธ์ทางการตลาดของธุรกิจที่ลงทะเบียนร่วมเป็น เกื้อกูลLEs ซึ่งข้อมูล หรือ ดาต้าขนาดใหญ่เหล่านี้จะถูกนำมาใช้นำเพื่อไปสู่การสังเคราะห์ State of Development for Thai Local Enterprises ของประเทศไทยต่อไปอย่างแน่นอน

มหกรรม เกื้อกูลLocal Enterprises Exposition 2023: “ธุรกิจชุมชน คน-ของ-ตลาด โมเดล” กลไกสร้างความมั่งคั่งที่ยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจชุมชนนี้ นับเป็นการเดินหน้าครั้งสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถสู่ความสำเร็จของผู้ประกอบการชุมชน เกื้อกูลLEs ที่จะทำให้ท่านได้ตื่นตา ตื่นใจ และตระหนักรู้ไปกับ 1 หลักคิด 3 กระบวนการ และ 2 เครื่องมือ ที่จะเปลี่ยนความคิดและวิถีการทำงานของทุกคนผ่านผลลัพธ์ที่ชัดเจนจากธุรกิจชุมชน เกื้อกูลLEs และเครือข่ายนักวิจัยทั่วประเทศ

โดยในงานจะมีบริเวณเวที เกื้อกูลLEX…ที่ยิ่งใหญ่ด้วยเป้าหมายแห่งความสำเร็จของผู้ประกอบการชุมชน เกื้อกูลLEs และเกื้อกูล Local Knowledge Manager จากทั่วประเทศ

และในงานจะได้พบกับ...

เกื้อกูลLEs Stage ไขความสำเร็จของกลไกสร้างเศรษฐกิจชุมชนที่มั่งคั่งและยั่งยืน

เกื้อกูลLEs Market ตลาดชุมชนพร้อมผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมทั้งคุณภาพ และ คุณค่า จากทั่วประเทศ

เกื้อกูล LEs Exposition งานเทศกาลถอดรหัสตัวเลขมหัศจรรย์ที่จะทำให้ชีวิตคุณประสบความสำเร็จ ไปตลอดกาล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสนใจเข้าร่วมโครงการ ‘เกื้อกูลLocal Enterprises’ ได้ที่ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) โทรศัพท์ 0 2109 5432 ต่อ บพท. หรือ เว็บไซต์ : https://www.nxpo.or.th/A/

 

เกี่ยวกับ หน่วยบริหารและจัดการต้นทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)

หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) เป็นหน่วยงานในสังกัดสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) บพท. กำหนดบทบาทของตนเป็น change agent และเป็นผู้ริเริ่มสร้างโครงการธุรกิจ ‘เกื้อกูลLocal Enterprises’(เกื้อกูล LEs) เป็นครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อสร้างองค์ความรู้ ทักษะและนวัตกรรมการจัดการให้กับผู้ประกอบการ LE

โดยมุ่งหวังให้ LE เป็น Model ที่ยกระดับธุรกิจชุมชน และเป็นต้นแบบในการพัฒนาที่เจาะลึกวิจัยสาเหตุ และวางเครื่องมือแก้ปัญหาเสริมจุดแข็งให้ธุรกิจชุมชนอย่างครบวงจร อีกทั้งเป็นการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานรากที่มีชุมชนเป็นพื้นฐาน เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจชุมชนเข้มแข็ง

 

 Click Donate Support Web

 

Banner GPF720x100 PX 

EXIM One 720x90 C JTU720x100sme 720x100

kbank 720x100 66

BANPU 720x100

วิริยะ 720x100

ais_720x100.gifhino2021