- Details
- Category: บทวิเคราะห์
- Published: Thursday, 22 June 2017 17:28
- Hits: 1128
บล.คันทรี่ กรุ๊ป : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน
แนวโน้มตลาดวันนี้ (22/06/60)
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ “หุ้นน้ำมันกดดันตลาด”
ดัชนีตลาดหุ้นไทยวานนี้ได้รับแรงกดดันจากหุ้นในกลุ่มพลังงาน (-1.3%) หลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงไปกว่า 2% รวมถึงภาพรวมของตลาดภูมิภาคที่อ่อนตัวลงแต่ด้วยแรงซื้อที่กลับเข้ามาในหุ้นกลุ่มธุรกิจการเงิน (+1%) ICT (+0.6%) และอสังหาริมทรัพย์ (+0.5%) ทำให้ดัชนีปรับตัวลดลงเพียง 1.61 จุด (-0.1%) มาอยู่ที่ 1,577.01 จุด ด้วย Vol. 42,737 ลบ.
ปัจจัยที่คาดว่าจะมีผลกับตลาดหุ้นวันนี้
(+) กฟผ.เตรียมเสนอร่างแผนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน 2,000 MW.โดยจะใช้รูปแบบการลงทุนที่จะเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมลงทุนภายใต้พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐฯ (PPP)
(+) AOT เตรียมเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สนามบินดอนเมืองในวันที่ 11 ก.ค. นี้ ส่วนพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิทั้งในส่วนเดิมของกลุ่มคิงพาวเวอร์และพื้นที่ใหม่ในอาคารแซทเทิลไลน์จะเริ่มในช่วง 4Q60 ซึ่งจะเป็นตัวหนุนรายได้ในธุรกิจ Non-Aero ให้เพิ่มมากขึ้น ส่วนการเจรจากับกรมธนารักษ์เรื่องค่าเช่าคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือนก.ย.นี้
(+) วันนี้จะมีการจัดงาน Thailand’s Big Strategic Move ที่จะเป็นการเสนอแผนยุทธศาสตร์ชาติและโครงการสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศ โดยมีกองทุนเข้ารับฟังกว่า 800 คน
(-) ตลาดหุ้นสหรัฐฯ DJIA -57 จุด (-0.3%) ตลาดได้รับแรงกดดันจากราคานำม้นดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้ดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานลดลงไปกว่า 2% แม้ว่าจะได้รับปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาดีอย่างยอดขายบ้านมือสองเดือนพ.ค.เพิ่มขึ้น 1.1%MoM มาอยู่ที่ 5.62 ล้านยูนิตสูงสุดเป็นอันดับ 3 ในรอบ 10 ปีสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง 0.5%MoM
(-) ราคาน้ำมันดิบ WTI -2.3% อยู่ที่ 42.53 ดอลลาร์/บาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.ปี 59 และลดลงไปกว่า 5% ในช่วง 3 วันทำการที่ผ่านมา โดยแรงกดดันยังมาจากความกังวลต่อภาวะน้ำมันล้นตลาดหลัง EIA ระบุว่าการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 20,000 บาร์เรลสู่ระดับ 9.35 ล้านบาร์เรลต่อวัน แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากสต๊อกน้ำมันดิบที่ลดลงไปกว่า 2.5 ล้านบาร์เรลมากกว่าที่คาดไว้ที่ 2.1 ล้านบาร์เรล
(-) หุ้นยุโรป DAX -0.32% CAC40 -0.37% และ FTSE100 -0.33%
(-) ราคาน้ำตาลทรายดิบ No.11 -4% มาอยู่ที่ 13.26 Cents/Pound
(-) ราคาทองคำที่ตลาด COMEX +0.2% อยู่ที่ 1,245.80 ดอลลาร์/ออนซ์
(-) ส.อ.ท.เปิดเผยความเชื่อมั่นผู้ประกอบการเดือนพ.ค.ลดลงมาอยู่ที่ 85.5 จุดจาก 86.4 จุดในเดือนเม.ย. จากความกังวลเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
การเริ่มต้นพรีวิวหุ้นกลุ่มธนาคาร
การทำ Window dressing ประจำไตรมาส 2
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญประจำสัปดาห์ USA ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวมเดือน มิ.ย. ตัวเลขยอดขายบานใหม่เดือน พ.ค. (23 มิ.ย.) EU ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิ.ย. (22 มิ.ย.) ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ เดือนมิ.ย. (23 มิ.ย.) TH ตัวเลขนำเข้า/ส่งออกเดือนพ.ค. (23 มิ.ย.)
กลยุทธ์การลงทุน “ราคาน้ำมันกดดัน”
เราคาดว่า SET Index มีโอกาสแกว่งตัวแคบในกรอบแคบ แนวต้านที่ 1578 มองแนวรับสำคัญที่ 1570 โดยมองการสร้างฐานวานนี้ยังไม่แข็งแรง จากที่มีปัจจัยลบกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง ประกอบกับการชะลอความร้อนแรงของดัชนีดาวโจนส์จะกดดันตลาดทุนโลกเพิ่มเติม เราคงแนะนำชะลอการลงทุนหรือเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวสนับสนุน สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้สูง เราแนะนำทยอยสะสมหุ้นในช่วงสร้างฐาน จากที่เราคาดว่าตลาดยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นและมีความคาดหวังต่อการรายงานงบ 2Q17 ประคองดัชนี
หุ้นเด่นประเด็นร้อน
PSH เก็งกำไร
คาดกำไรสุทธิ 2Q17 ทำจุดสูงสุดในรอบ 6 ไตรมาส
คาดกำไรสุทธิของ PSH เติบโตเฉลี่ยปีละ 7% ในปี 17-18
CGS ประเมินราคาเป้าหมายที่ 29 บาท อิง 9.7x PE17
KCAR เก็งกำไร
ตลาดคาดผลประกอบการเติบโตและจะทำ New High ในปี 17
คาดได้ประโยชน์การฟื้นตัวของราคารถยนต์มือสองที่ปรับเพิ่มขึ้น
ราคาเป้าหมายตาม Bloomberg Concensus ที่ 17.28 บาท
ทีมวิเคราะห์