- Details
- Category: บทวิเคราะห์
- Published: Wednesday, 09 June 2021 20:27
- Hits: 4004
บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 9-6-2021
AT THE OPEN (#ATO)
S T R A T E G Y R E P O R T / 9 มิถุนายน 2564
INVESTMENT STRATEGY
Sideways :
Domestic Play
วันนี้คาด SET Sideways กรอบแนวรับ 1,605 จุด และแนวต้าน 1,625 จุด เน้นหุ้น Domestic Play โซนล่าง โดย ATO Picks วันนี้แนะ “KBANK, NYT”
KBANK
คาดกำไรปี 2564-65 เติบโต 8-11% คาดรายได้ค่าธรรมเนียมสูงขึ้น ผสานคุณภาพสินทรัพย์ที่จะค่อยๆฟื้นตัวขึ้นในระยะกลาง สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจไทยที่มีพัฒนาการเชิงบวกขึ้น ผสานกับราคาหุ้นปัจจุบันที่เทรดเพียง PBV 0.6 เท่า ซึ่งเป็นระดับที่น่าสนใจในการทยอยสะสม
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 160 บาท
NYT
คาดกำไร 2Q64 จะเติบโตเด่นทั้ง QoQ และ YoY จากยอดส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น YoY จากฐานที่ต่ำมากในปีก่อน ผสานการบริหารค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดี อีกทั้งยังได้จิตวิทยาเชิงบวกจากคดีรถดับเพลิงของ กทม. ซึ่งวานนี้ศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินให้ กทม. จ่ายค่าชดเชยให้แก่ NYT
เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 5.3 บาท
INVESTMENT THEME
Domestic Play
ยังคงแกว่งรอตัวเลขเงินเฟ้อ : ภาพตลาดระยะสั้นคาดยังคงแกว่งผันผวนในกรอบแคบๆ รอจับตาตัวเลขเงินเฟ้อของ US (CPI) ประจำเดือนพฤษภาคม ซึ่งตลาดประเมินว่าจะเร่งตัวขึ้นสู่ระดับ +4.7%YoY (กรอบระหว่าง 4.2%-5.0%) จากเดือนเมษายน ที่อยู่ในระดับสูงราว +4.2%YoY ซึ่งจากสัญญาณเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ร้อนแรงมากในช่วงที่ผ่านมา อาจหนุนให้ตัวเลข CPI เร่งตัวขึ้นตามคาดได้เช่นกัน โดยหากปรับขึ้นมากอาจเพิ่มโอกาสต่อการตัดสินใจลดวงเงินการทำ QE ในการประชุม FED วันที่ 15-16 มิถุนายน ซึ่งถือเป็นแรงกดดันระยะสั้นต่อตลาดสินทรัพย์เสี่ยง
ในประเทศยังอยู่กับการฉีดวัคซีน : การกระจายวัคซีนในประเทศเร่งตัวอย่างมีนัยสำคัญตั้งแต่ 7 มิ.ย. ซึ่งจะนำมาสู่ความเป็นไปได้ที่มากขึ้นของเป้าหมายของรัฐบาลที่จะวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร 50 ล้านคน หรือคิดเป็นไม่ต่ำกว่า 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในปี 2564 โดยปัจจุบันประชากรไทยได้รับวัคซีนไปแล้วราว 3.2 ล้านคน หรือคิดเป็น 4.7% ของประชากรทั้งหมด และคาดจะเร่งขึ้นในช่วงถัดไป ส่งผลบวกต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในประเทศ และภาคการบริโภคมีแนวโน้มฟื้นตัว หนุนราคาหุ้น Domestic ที่อยู่โซนล่าง มีแนวโน้มแกว่งขึ้นต่อเนื่อง
MARKET SUMMARY
วานนี้ SET แกว่ง Sideway โดยมีแรงขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี ขณะที่ยังคงเห็นแรงซื้อในกลุ่ม Domestic โดย SET ปิดที่ 1,612.88 (+0.29) มูลค่าการซื้อขาย 1.00 แสนล้านบาท (เทียบกับวันก่อนหน้า 8.8 หมื่นล้านบาท)
โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทย2,011 ลบ. (นักลงทุนสถาบันขาย 490 ลบ.) ส่วนตลาด TFEX นักลงทุนต่างชาติเปิด Short Futures ที่ 7,386 สัญญา)
EYES ON
9 มิ.ย. ดัชนี CPI จีน (พ.ค.)
10 มิ.ย. ดัชนี CPI สหรัฐฯ (พ.ค.), ยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย (พ.ค.), การประชุม ECB
11 มิ.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นสหรัฐฯ (มิ.ย.)
TPI Polene Power PCL (TPIPP)
คาดหวังได้ รฟฟ. ใหม่เข้ามาเสริม
BUY
Share Price THB 4.52
12 m Price Target THB 5.00 (+11%)
Previous Price Target THB 5.00
ประเด็นการลงทุน
TPIPP เริ่มชนะประมูลโรงไฟฟ้าขยะ 2 แห่ง คือ ที่ สงขลา 8MW และ นครราชสีมา 9.9MW และ โรงไฟฟ้า TG7 40MW กำลังยื่นขายไฟให้ กฟผ. รวมจะช่วยเพิ่ม EBITDA 1,200 ล้านบาท ชดเชยโรงไฟฟ้า TG3 18MW และ TG5 55MW ที่ทยอยหมด adder ในปี 2565 เตรียมประมูลโรงไฟฟ้า VSPP 9 โครงการร่วม 100MW หนุนกำลังการผลิตเพิ่มจาก 440MW เป็น 580MW ในปี 2568 สำหรับโครงการ SEZ มีความคืบหน้า BOI ให้สิทธิภาษีขั้นสูงสุด หุ้น P/E ต่ำ 8 เท่า และ ปันผลตอบแทนดี 6.2% คงแนะนำ ซื้อ ลงทุน ราคาเป้าหมาย ด้วยวิธี DCF (WACC = 8.4%) ได้เท่ากับ 5 บาท
เริ่มได้โรงไฟฟ้าขยะใหม่เข้ามา จะช่วยทดแทน TG3+TG5
ใน1Q64 TPIPP เริ่มชนะประมูลโรงไฟฟ้าขยะ 2 แห่ง คือ ที่ สงขลา และ เทศบาลเมือง นครราชสีมา มีกำลังการผลิต 8MW และ 9.9MW ตามลำดับ ผู้บริหารประเมินจะช่วยเพิ่ม EBITDA 300 และ 400 ล้านบาท ตามลำดับ คาดจะเริ่ม COD ปี 2566 นอกจากนี้โรงไฟฟ้า TG7 ได้เปลี่ยนมาใช้เชื้อเพลิงขยะ และ ได้ยื่นขายไฟให้ กฟผ. 40MW ที่ราคา 3.66 บาท จะช่วยเพิ่ม EBITDA 500 ล้านบาท คาดเริ่มขายไฟได้ในปี 2565 ดังนั้น 3 โครงการใหม่นี้ จะช่วยเพิ่ม EBITDA 1,200 ล้านบาท ช่วยลดผลกระทบที่ TG3 55MW จะหมด adder ในเดือน ม.ค. 2565 และ TG5 18MW ในเดือน ส.ค. 2565 ซึ่งจะทำให้ EBITDA ลดลง 800-900 ล้านบาท ในปี 2565 และ ลดลงต่อในปี 2566 เท่ากับ 1,000 ล้านบาท ซึ่ง 3 โครงการใหม่นี้เรายังไม่รวมในประมาณการ
เตรียมประมูลโรงไฟฟ้า VSPP 9 โครงการ
TPIPP เตรียมเข้าไปประมูลในส่วนของโรงไฟฟ้า VSPP ขนาดกำลังผลิต 8-10MW เพิ่มอีกจำนวน 9 โครงการ รวม 100MW โดย TPIPP มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ามาอยู่ที่ระดับ 580 MW ภายในปี 2568 จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตรวม 440 MW สำหรับแนวโน้มผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี 2564 คาดจะดีขึ้นจากไตรมาส 1Q64 ได้แรงหนุนจากการติดตั้ง Boiler เพิ่มอีก 3 ตัว คือ B13-B15 และ โรงไฟฟ้า TG8 กลับมาเดินเต็มที่หลังปิดซ่อมบำรุงใน 1Q64 เราคงประมาณการคาดยอดขาย 12,364 ล้านบาท โต 10% และ มีกำไรสุทธิ 4,735 ล้านบาท โต 6.5%
โครงการ SEZ มีความคืบหน้า BOI ให้สิทธิภาษีขั้นสูงสุด
โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา หรือ โครงการ Southern Economic Zone (SEZ) ซึ่งโครงการนี้จะมี สวนอุตสาหกรรม เมืองอัจฉริยะ ท่าเรือน้ำลึก และ โรงไฟฟ้า โดยมีมูลค่าทั้งหมด ประมาณ 3.96 แสนล้านบาท บนพื้นที่ 16,753 ไร่ ปัจจุบันกำลังอยู่ในขั้นตอนเปลี่ยนพื้นที่จากจากสีเขียวซึ่งเป็นประเภทชนบทและเกษตรกรรม เป็นสีม่วงซึ่งเป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรม ทั้งนี้ BOI ได้ประกาศส่งเสริมการลงทุนในนิคมจะนะไปแล้ว โดยให้สิทธิพิเศษทางภาษีขั้นสูงสุด
Surachai Pramualcharoenkit
(66) 2658 6300 ext 1470
******************************************
กด Like - Share เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ
Click Donate Support Web