- Details
- Category: บทวิเคราะห์
- Published: Thursday, 20 December 2018 15:55
- Hits: 6837
บล.เออีซี : Daily Focus
AECS Daily Focus
--------------
Market Outlook
• วานนี้ SET Index ปิดที่ 1,601.12 จุด +17.93 จุด (+1.13%) มูลค่าซื้อขายราว 4.5 หมื่น ลบ. โดยดัชนีรีบาวด์มีแรงซื้อกลับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหุ้นกลุ่มสื่อสาร,โรงพยาบาล และธนาคาร สวนทางกับผลประชุมของ กนง.ที่เพิ่มดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% และปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปีหน้าลงอีก 0.2% สำหรับวันนี้เราคาด SET Index จะกลับมาแกว่งลงต่อตามตลาดหุ้นสหรัฐฯจากปัจจัยกดดันหลัก 2 เรื่อง ได้แก่ แนวโน้ม ดบ. ขาขึ้นของ FED และแนวโน้มขาลงของราคาน้ำมันดิบโลก ประเมินกรอบ 1,590-1,610 จุด
Market Factors
• (+) ข้อสรุปของที่ประชุม Fed วานนี้แม้มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายขึ้น 0.25% เป็น 2.25-2.5% แต่หากพิจารณาจาก Dot Plot พบว่ามุมมองของกรรมการ Fed ส่วนใหญ่เป็นไปในเชิง Dovish มากขึ้น และปรับลดจำนวนครั้งของการขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้าลงเหลือเพียง 2 ครั้งจากเดิม 4 ครั้ง ขณะที่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อ ศก. ของสหรัฐฯ โดยคาดปี 62 Real GDP จะโต 2.3%YoY (-0.2% จากครั้งก่อน), อัตราเงินเฟ้อที่ 1.9% (-0.1% จากครั้งก่อน) และมีอัตราว่างงานที่ 3.5% (ไม่เปลี่ยนแปลงจากครั้งก่อน)
• (+) ส.อ.ท.เผยดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมพ.ย.61 อยู่ที่ระดับ 93.9 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 92.6 ในเดือน ต.ค. โดยเป็นการปรับขึ้นในทุกองค์ประกอบ ได้แก่ ยอดคำสั่งซื้อโดยรวม ยอดขายโดยรวม ปริมาณการผลิต ต้นทุนประกอบการ และผลประกอบการ
• (-) กนง.มีมติ 5:2 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% มาที่ 1.75% พร้อมปรับลดประมาณการ GDP ปี 61 เหลือโต 4.2% จากเดิม 4.4% ส่วนปี 62 คาดโต 4.0% จากเดิม 4.2% (สำนักข่าวอินโฟเควสท์)
• (Update) ส.อ.ท. เผยยอดส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปในเดือน พ.ย.61 อยู่ที่ 93,108 คัน ลดลง 9.64%YoY ส่วนยอดผลิตรถยนต์ในเดือน พ.ย.61 สามารถผลิตได้ 197,020 คัน เพิ่มขึ้น 3.49%YoY และยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนพ.ย.61ที่ 94,614 คัน เพิ่มขึ้น 21.2%YoY (สำนักข่าวอินโฟเควสท์)
Investment Strategy
• ช่วง 2 สัปดาห์นี้ เราคาด SET Index จะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ-แนวต้านที่ 1,587–1,633 จุด (Bollinger Band Daily, N=20: -2SD to Average) ด้วยปัจจัยลบจากแนวโน้มดบ. ขาขึ้นของทั้ง FED และ BOT บวกแนวโน้มขาลงของราคาน้ำมันดิบโลก ดังนั้นด้วยสภาวะตลาดที่มีแรงกดดันจากทั้งในและต่างประเทศ เราแนะนำทยอยสะสมหุ้น Domestic Play 3 กลุ่มหลักที่ยังมีปัจจัยหนุนเฉพาะกลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มสื่อ ซึ่งมีฐานต่ำในปีก่อน จากได้รับผลกระทบจากการขึ้นป้ายไว้อาลัยบวกกับคาดเม็ดเงินโฆษณามีทิศทางสดใสขึ้นรับผลบวกในช่วงเม็ดเงินโฆษณาภาคเอกชนยังโตต่อเนื่อง แนะนำPLANB(แผนขยายMedia Capacity 15-20%YoY และสร้างจุดเด่นด้วยEngagement Marketing), VGI (รับรู้รายได้ป้ายโฆษณาบนสถานี BTS ที่เพิ่มขึ้นตามการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายใหม่บวกกับแรงหนุนจากSynergy ในกลุ่มธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น พร้อมแผน M&A อีก 2-3 บริษัทในปีหน้าเพื่อก้าวสู่การเป็น Marketing Solution), MACO (แผนปรับปรุงจอโฆษณาจาก Static เป็น Digital ในเชิงรุกมากขึ้นหลังควบรวมTrans Ad. และRoctecรวมทั้งมีรายได้จากVGM เพิ่มเข้ามาหลังรวมงบ และล่าสุดประกาศร่วมทุนกับ Sinarmas Group เพื่อลงทุนให้บริการสื่อใน 13 สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินในอินโดนีเซีย) และ MAJOR (รายได้ธุรกิจโรงหนังที่มีแนวโน้มปรับตัวดีตามไลน์หนังฟอร์มยักษ์มีความน่าสนใจมากขึ้น สะท้อนได้ด้วยรายได้ Box Office เดือน ต.ค. โต 28.8%YoY บวกกับมีหนังไทยที่ทำเงินดีอย่าง นาคี 2 (441.2 ลบ.) ขณะที่ธุรกิจสื่อคาดได้แรงหนุนจากการเซ็นสัญญาให้บริการลูกค้าใหม่ที่เลื่อนมาจากช่วง 3Q61)
2. กลุ่มค้าปลีก มองช่วง 4Q61 กำลังซื้อจะดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนหน้าที่อยู่ในช่วงไว้อาลัยนอกจากนี้ปีหน้ายังมีอานิสงส์บวกจากมาตรการคืนVAT 5% ให้ประชาชนทุกคนที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตผูกบัญชีพร้อมเพย์ ตั้งแต่ 1-15 ก.พ. 62 เพื่อกระตุ้นนโยบาย E-Payment เลือก ROBINS (คาดโตจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะเปิดสาขาใหม่ และกลยุทธ์ปรับ Product Mixed มาเน้นขายสินค้าในกลุ่ม Private Brand มากขึ้น) CPN (คาดโตจากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ และการปรับปรุงศูนย์การค้าที่เปิดดำเนินการอยู่แล้ว ควบคู่กับการบริหารต้นทุนการดำเนินงาน โดยปัจจุบัน CPN บริหารจัดการศูนย์การค้า 33 แห่ง มีพื้นที่ให้เช่าสุทธิรวม 1.7 ล้าน ตร.ม. เพิ่มจาก 1.6 ล้าน ตร.ม. ณ สิ้นช่วง 3Q60) และ COL (มีแผนขายสิทธิแฟรนไชส์เพื่อเปิดสาขาได้ราว 3-4 สาขาสำหรับปีนี้ และปีหน้าตั้งเป้าขยายอีก 15-20 สาขาและแผนเพิ่มกลุ่มสินค้าใหม่ เจาะลูกค้ากลุ่มโรงแรม ร้านกาแฟ และร้านอาหาร ซึ่งแผนงานนี้จะทำให้บริษัทมีรายการสินค้าเพิ่มเข้ามาอีก 4,000 SKU)
3. กลุ่มนิคม มองได้อานิสงส์บวกจากการเลือกตั้งที่มีความคืบหน้าชัดเจนขึ้นคาดหนุนทั้งราคาขายและยอดขายพื้นที่ในเขต EEC โตเด่นแนะนำAMATA (ปัจจุบันมีพื้นที่รอการขาย 2,777 ไร่ และพื้นที่รอการพัฒนาอีกราว8,172 ไร่), WHA (ปี 62 ตั้งเป้าขายที่ดินในนิคมไม่ต่ำกว่า1,000 ไร่พร้อมคาดได้รับลูกค้าคลังสินค้าเพิ่มขึ้นอีกกว่า1 แสน ตรม.)
19-Dec-18 Change (pts.) 18-Dec-18
SET Index 1,601.12 17.93 1,583.19
SET50 Index 1,068.47 12.71 1,055.76
SET100 Index 2,353.43 28.95 2,324.48
High 1,595.32 Gainers 341
Low 1,580.58 Unchanged 370
Value (Bt m) 45,167.91 Losers 1,034
Volume (*000) 13,695,463
Market Valuation
SET Data 2018F 2019F Long Term
Fwd PER (x) 14.9 13.8 13.8
EPS Growth (%) 13.9 9.3 5.3
EV/EBITDA (x) 10.3 9.6 9.1
FWD PBV (x) 1.8 1.7 1.6
Dividend Yield (%) 3.2 3.5 3.7
ROE 13.1 12.3 12.3
Net Buy/Sell by Investor Types
Unit : M Bt 19-Dec-18 WTD MTD YTD
Institution 916.58 (4,082.91) (2,640.78) 175,952.10
Proprietary (71.82) (4.56) (1,247.14) (8,606.84)
Foreign (727.06) (864.41) 658.20 (286,507.80)
Individual (117.70) 4,951.88 3,229.72 119,162.54
AECS ( Fundamental and Strategic Team )
อิศรา เลิศสุดคนึง (ID.033432) [email protected]
ตฤณ สิทธิสวัสดิ์ (ID. 091364) [email protected]
จิรภัทร โบสุวรรณ (ID. 040051) [email protected]
ภัทรพล จันทร์อินทร์ (ID. 089932) [email protected]
ธีรยุทธ ฤทธิเผ่าพันธุ์ ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
สุวรรณา อัศวเหล่าวรพงศ์ Data Support / Secretary