WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

SET12 copyดัชนี SET ภาคเช้าร่วงต่อไปเป็นกว่า 20 จุด หลังทรัมป์คะแนนนำเลือกตั้งปธน.สหรัฐ

     ตลาดหุ้นไทยเปิดตลาดเช้านี้ร่วงลงกว่า 11 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นเอเชีย ภายหลังผลนับคะแนนล่าสุด นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน นำนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตไปในหลายมลรัฐ ทำให้ตลาดเกิดความกังวลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

    เมื่อเวลา 9.59 น. ดัชนี SET อยู่ที่ 1,498.81 จุด ลดลง 11.03 จุด (-0.73%)

    และเมื่อเวลา 11.53 น. ดัชนี SET มาอยู่ที่ 1,489.55 จุด ลดลง 20.29 จุด (-1.34%)

    นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคระห์หลักทรัพย์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยเปิดเช้านี้ปรับตัวลดลงจากความกังวลที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน จะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ คนต่อไป หลังจากการนับคะแนนเลือกตั้งล่าสุดคะแนนนำนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตอยู่ ถือว่าพลิกความคาดหมาย

       อย่างไรก็ตาม ให้แนวรับแรก 1,495-1,500 จุด และมีแนวรับถัดไปที่ 1,478-1,480 จุด

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงหนัก เหตุวิตกทรัมป์กวาดคะแนนแซงหน้าฮิลลารี

      ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงในการซื้อขายขณะนี้ ภายหลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกันสามารถกวาดคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งไปได้มากกว่านางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครต ส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการค้า หากทรัมป์ขึ้นแท่นผู้นำสหรัฐ

      ล่าสุด เมื่อเวลา 9.54 น.ตามเวลาไทย ทรัมป์สามารถกวาดคะแนนไปได้ 136 เสียง ขณะที่นางฮิลลารี สามารถกวาดคะแนนไปได้ 104 เสียง

     ดัชนี นิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลง 382.48 จุด หรือ 2.23% แตะที่ 16,788.90 จุด ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ดิ่งลง 1.4% แตะที่ 1,976.49 จุด และดัชนี S&P ASX/200 ตลาดหุ้นออสเตรเลีย ร่วงลง 1.2% แตะที่ 5,196.70 จุด

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้านี้ปรับตัวลงตามตลาดภูมิภาค หลังเริ่มนับคะแนนเลือกตั้งปธน.สหรัฐฯแล้ว

      นายถนอมศักดิ์ สหรัตน์ชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและหัวหน้าฝ่ายวิจัย บล.เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดว่าจะปรับตัวลงในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียที่เช้านี้ต่างปรับตัวลงกัน ภายหลังจากที่ได้เริ่มนับคะแนนแล้วนายโดนัลด์ ทรัมป์ คู่แข่งจากพรรครีพับลิกัน นำ นางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตอยู่ ทั้งนี้ บ้านเราที่จริงก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องเท่าไร แต่ก็เป็นแค่การรับ Sentiment เท่านั้น อย่างไรก็คงจะต้องติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดต่อไป

     ทั้งนี้ หากผลการเลือกตั้งจริงออกมา"ฮิลลารี"ชนะการเลือกตั้ง มองว่าตลาดฯก็คงจะมี upside ไม่มาก ซึ่งมองกรอบบนไว้ที่ 1,520 จุด แต่หาก"ทรัมป์"ชนะการเลือกตั้งก็มองกรอบล่างไว้ที่ 1,480-1,500 จุด ซึ่งภาพโดยรวมของตลาดฯคงจะสวิงค่อนข้างมากในวันนี้ ซึ่งขึ้นอยุ่กับผลการเลือกตั้งที่จะอกมา

      พร้อมมองว่าหุ้นบิ๊กแคปเช้านี้อาจเผชิญแรงขายออกมา ซึ่งต่างชาติก็คงจะขาย ขณะที่หุ้นขนาดกลาง-เล็กก็คงจะไม่เกี่ยว โดยให้ติดตามการทยอยประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนต่อไป

ประเด็นการพิจารณาการลงทุน

  - ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (8 พ.ย.59) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 18,332.74 จุด เพิ่มขึ้น 73.14 จุด (+0.40%),  ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 5,193.49 จุด เพิ่มขึ้น 27.32 จุด (+0.53%), ดัชนี S&P500 ปิดที่  2,139.56 จุด เพิ่มขึ้น 8.04 จุด (+0.38%)

    - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 110.57 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ ลดลง 1.81 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 138.85 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 34.84 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 4.70 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 16.76 จุด, ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ เพิ่มขึ้น 0.30 จุด

                - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด (8 พ.ย.59) 1,509.84 จุด เพิ่มขึ้น 7.57 จุด (+0.50%)

                - นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 108.26 ล้านบาท เมื่อวันที่ 8 พ.ย.59

                - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ธ.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (8 พ.ย.59) ปิดที่ 44.98 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 9 เซนต์ หรือ 0.2%

                - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (8 พ.ย.59) ที่ 7.86 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

                - เงินบาทเปิด 34.95/96 ตลาดรอลุ้นผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯเช้านี้

                - นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พิจารณาหามาตรการเพิ่มเติมเพื่อส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยในปีต่อๆ ไปขยายตัวได้มากกว่า 4% เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากประเทศที่มีรายได้ขนาดกลางได้เร็วขึ้น แม้ปีนี้จะขยายตัวได้ 3.3% และปีหน้าขยายตัวได้ 3.4% แต่ก็ไม่เพียงพอจะให้ไทยหลุดจากประเทศที่มีรายได้ปานกลางได้รวดเร็วอย่างที่ควรจะเป็น

                - "ณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์" ที่ปรึกษา รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนเพื่อสนับสนุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย สาระสำคัญเพื่อสนับสนุนการดำเนินการของกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย หรือไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ที่รัฐบาลกำหนดจะมีการรับประกันผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนที่จะลงทุนในไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ กองทุนเพื่อการสนับสนุนฯ ที่ ครม. อนุมัติครั้งนี้ จึงเกิดขึ้นเพื่อคุ้มครองการจ่ายผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนในกรณีที่ผลตอบแทนต่ำกว่าที่มีการประกันไว้ในแต่ละปี

                - จับตาในการประชุม ครม.สัปดาห์หน้า ไฟเขียว 'อาคม' เสนอ แอ๊กชั่นแพลนปี'60 อีก 30 โครงการ มูลค่า 6 แสนล้านบาท ครอบคลุมขนส่งทั้งประเทศ ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทย 20 ปี

                - ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ยอดการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาลในเดือนตุลาคม 2559 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 จัดเก็บได้เกินกว่า เป้าหมายกว่า 1 หมื่นล้านบาท ถือเป็นสัญญาณที่ดีของการจัดเก็บรายได้รัฐ เพราะเป็นเดือนที่มีความเป็นห่วงว่า เศรษฐกิจอาจจะชะลอตัว ทั้งนี้ เดือนตุลาคม สามารถจัดเก็บ รายได้ประมาณ 1.99 แสนล้านบาท โดยหน่วยงานหลักที่จัดเก็บรายได้เกินกว่าเป้า คือ กรมสรรพากร รัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่น ขณะที่กรมศุลกากรและกรมสรรพสามิตจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย

                - ครม.ปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันราว 20 สตางค์/ลิตร ลดเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ ดึงเงินเข้ารัฐ มีผล 9 พ.ย.นี้ อ้างหวังอัดฉีดระบบเศรษฐกิจ ลั่นไม่เกิดผลกระทบค้าปลีกบางจากจับตาโอเปก หวั่นกระทบราคาตลาดโลก

*หุ้นเด่นวันนี้

                - COM7 (ทรีนีตี้) "ซื้อ"เป้าปีหน้า 15 บาท ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 กำไรสุทธิที่ 90.75 ล้านบาท +200% yoy, +12% qoq  ซี่งเป็นผลจาก 1)รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3,920 ล้านบาท +18% yoy, +1% qoq เนื่องจากการเติบโตของยอดขายของกลุ่มสมาร์ทโฟน iPhone SE และ iPhone 6s คาดไตรมาส 4 จะเป็นกำไรสูงสุดของปี จากผลตอบรับ iPhone 7 ที่เริ่มจำหน่ายในไตรมาส 4 ประเมินรายได้จะอยู่ที่ 5,300 ล้านบาท นอกจากนี้บริษัทได้มีการร่วมมือกับ TRUE ในการเข้าไปบริหารร้าน TRUE Shop กว่า 166 สาขา ในเบื้องต้นประเมินในสิ้นปีนี้น่าจะมีการเข้าไปบริหารได้ 30-50 สาขา  และสามารถเข้าไปบริหารครบ 166 สาขาภายในปี 2560 ซึ่งจะช่วยหนุนอัตรากำไรของบริษัทในระยะยาว

                - MTLS (ฟินันเซีย ไซรัส) "ซื้อ"เป้าปีหน้า 28.80 บาท กำไรไตรมาส 3/59 ดีกว่าฟินันเซียฯและตลาดคาดมาก ทำได้ถึง 401 ล้านบาท +34% Q-Q, +81% Y-Y จากสินเชื่อที่โตมากกว่าคาดและสูงเป็นประวัติการณ์ 1.8 หมื่นล้านบาท และการปรับ product mix ซึ่งนอกจากจะทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มสูงแล้ว Loan yield ยังเพิ่มเป็น 22.9% จาก 22.6% ในไตรมาสก่อน ส่วน NPL ratio ต่ำมากเพียง 0.95% ขณะที่ Coverage ratio สูงถึง 287%

                - WICE (โกลเบล็ก) เป้า 4.45 บาท คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิปี 2559 ของ WICE จะอยู่ที่ 87.4 ลบ. (+44.2% YoY) เนื่องจากการควบรวม SEL (Sun Express Logistics) สิงคโปร์  เข้ามาตั้งแต่ Q3/59 และการเข้าบริหารคลังสินค้าให้ผู้ส่งออกกระจกรายใหญ่ 8,000 ตารางเมตรตั้งแต่พ.ค. 59  ส่วนปี 2560 คาดกำไรสุทธิจะก้าวกระโดดขึ้นเป็น 145 ลบ. (+66% YoY) ขับเคลื่อนจากการรับรู้รายได้และกำไรของ SEL เต็มปี รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจ Transportation ขยายฟีดรถหัวลาก-หางพ่วง, ขยายลานตู้คอนเทนเนอร์พื้นที่ 4,000 ตรม. และ Warehouse เนื้อที่ 1.3 หมื่นตรม. ที่แหลมฉบัง

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!