WORLD7

smed PIONEER 720x100ใจฟู720x100pxgpf 720x100 66

ภาวะตลาดหุ้นไทย : แนวโน้มดัชนีเช้าผันผวนสูง-อิงขาลงเหตุราคาน้ำมันยังทำจุดต่ำสุดต่อเนื่อง

      นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้านี้ยังมีโอกาสที่ดัชนีฯจะเคลื่อนไหวผันผวนสูง และมีทิศทางที่จะปรับตัวลงได้ต่อ เนื่องจากราคาน้ำมันยังปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 5 ปี แต่ยังทำจุดต่ำสุดเป็นรายวันด้วย

         ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่จะปรับตัวลงราว 0.6-0.8% ปัจจัยหลักยังเป็นเรื่องของราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง แต่ตลาดฯก็ยังรอดูการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ในวันพรุ่งนี้ว่าจะมีการส่งสัญญาณเรื่องการขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่ และพรุ่งนี้ก็ยังมีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน(กนง.)ในบ้านเราด้วย ซึ่งคาดการณ์กันว่าอาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้

       พร้อมให้แนวรับ 1,445-1,450 จุด ถัดไปก็ 1,425 จุด ส่วนแนวต้าน 1,495 จุด

ประเด็นของการพิจารณาการลงทุน :

                - ตลาดหุ้นนิวยอร์คล่าสุด(15 ธ.ค.)ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 17,180.84 จุด ลดลง 99.99 จุด(-0.58%), ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,605.16 จุด ลดลง 48.44 จุด(-1.04%), ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,989.63 จุด ลดลง 12.70 จุด(-0.63%)

                - ตลาดหุ้นเอเชียเปิดเช้าวันนี้ ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ลดลง 236.98 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีน เพิ่มขึ้น 0.39 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกง ลดลง 150.55 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวัน ลดลง 17.81 จุด, ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ ลดลง 11.35 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 20.06 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซีย ลดลง 8.57 จุด

                - ตลาดหุ้นไทยปิดล่าสุด(15 ธ.ค.)1,478.49 จุด ลดลง 36.46 จุด(-2.41%)

                - นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 4,287.02 ล้านบาท เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.57

                - ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน ม.ค.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด(15 ธ.ค.)ที่ 55.91 ดอลลาร์/บาร์เรล ร่วงลง 1.9 ดอลลาร์

                - ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด(15 ธ.ค.)ที่ 5.29 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล

                - เงินบาทเปิด 32.95/96 แนวโน้มอ่อนค่าสวนทางภูมิภาค

                - กพช.อนุมัติโครงสร้างราคาพลังงานสะท้อนต้นทุน ปรับลดทันที "ดีเซล 1 บาท เบนซิน 2 บาท"มีผลวันนี้ จ่อเก็บภาษีเอ็นจีวีเพิ่ม นายกฯระบุขอเวลาอีกระยะ ทุกอย่างปกติ ปรับลดอีก พร้อมกำหนดอัตรารับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน-แผนพีดีพี 2015

                - ผู้จัดการเอ็มเอไอรับปีหน้าปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า โดยเฉพาะครึ่งปีหลังมีปัจจัยเสี่ยง ที่ยังมองไม่เห็น เร่งนำบริษัทจดทะเบียนให้ทันครึ่งปีแรก ชี้หลังใช้มาตรการคุมหุ้นร้อน มีหุ้นเสี่ยงเข้าเกณฑ์แคชบาลานซ์มากกว่าครึ่ง รับหุ้นขนาดใหญ่ดันพีอีตลาดพุ่ง

                - สมาคมธนาคารไทยยื่นแบงก์ชาติเสนอแก้ 2 ประเด็น พ.ร.บ.ค้ำฯภายในสัปดาห์นี้ "ไม่ต้องแจ้งผู้ค้ำกรณียืดหนี้-ขายทรัพย์ผ่านกรมบังคับคดี" ประเมินเศรษฐกิจไทยปีหน้าโต 3-4% เศรษฐกิจโลกยังเปราะบาง คาดกนง.ลดดอกเบี้ย 0.25% กระตุ้นเศรษฐกิจ

                - นายกฯชูยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่บีโอไอขับเคลื่อน ศก.ในอนาคต ลั่นปี 2558 ศก.โตได้ 3.5-4.5% หลังตัวเลขลงทุน ยอดนักท่องเที่ยวยังดี หม่อมอุ๋ยรับ GDP ไทยตกต่ำต่อเนื่องจากอดีตโต 9.25% ไม่เห็นแล้วปรับใหม่ดึงต่างชาติตั้งสำนักงานใหญ่ข้ามประเทศ

                - รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายคืบหน้าตามแผน ช.การช่างฉลองเจาะอุโมงค์รถไฟฟ้าลอดแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกสำเร็จ "ประจิน"คาด สรุปการเดินรถใน ก.พ. 58 ด้าน รฟม.ตั้งเป้า ทยอยเปิดเดินรถ 2 ระยะ ช่วงแรก หัวลำโพง-หลักสอง ในปี 61 และให้บริการตลอดสายได้ในปี 62

                - นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจและราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่าง ต่อเนื่อง ทำให้แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรปีงบ 2558 จะต่ำกว่าเป้า 1.5 แสนล้านบาท จากเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ 1.96 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มจาก ปีก่อน 14% แต่หากเศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้ 3-4% ตามคาด ก็จะทำให้การจัดเก็บรายได้ขยายตัวได้เพียง 7% หรือคิดเป็นเม็ดเงินภาษีกว่า 1.8 ล้านล้านบาท

*หุ้นเด่นวันนี้

                - KBANK(ดีบีเอส วิคเคอร์ส)"ซื้อ"เป้า 280 บาท มีการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตสินเชื่อที่ดี ฐานลูกค้า SME แข็งแกร่ง รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเติบโตสูง คุณภาพสินทรัพย์ดีมี NPL Ratio ระดับต่ำ

                - TMB(ดีบีเอส วิคเคอร์ส)"ซื้อ"เป้า 3.60 บาท ปี 2558 เติบโตสูงที่สุดในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผลจากความสำเร็จในกลยุทธ์ระดมเงินฝาก และการเน้นลูกค้า SME ที่เป็น High Yield มากขึ้น โดยส่วนนี้นำมาซึ่งรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยที่จะเติบโตได้ดีในอนาคตด้วย ธนาคารบริหารคุณภาพสินทรัพย์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

                - KTB(บัวหลวง)"ซื้อ"เป้า 27 บาท มูดี้ส์ปรับเพิ่มมุมมอง Bank financial strength (BFS) ขึ้นเป็น D+ จาก D และ KTB เป็นแบงกที่จ่ายปันผลปีละครั้ง ดังนั้นจึงให้ผลตอบแทนเงินปันผลในต้นปีหน้าสูงที่สุดในกลุ่มที่ 4.55%

                - ITD(เมย์แบงก์ กิมเอ็ง)"ซื้อเก็งกำไร"เป้า 8.50 บาท คาดว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวได้ในระยะสั้น หลังปรับตัวลงแรงถึง 10.8% วานนี้ เทียบกับ CK -4.5%, STEC -5.4% และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง -5.8% โดยคงมุมมองเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างในปี 2558 เนื่องจากจะมีการประมูลงานขนาดใหญ่ของภาครัฐเป็นจำนวนมาก และธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้ประโยชน์โดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งที่ลดลงตามราคาพลังงานเชื้อเพลิง พร้อมคาดกำไรปกติปี 2558 เติบโต +56.9% yoy เป็น 904 ล้านบาท และยังไม่รวม Upside Risk ของโครงการเหมืองโปรแตซ (APPC) ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอประทานบัตรเหมืองที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในต้นปี 2558 และคิดเป็นมูลค่าส่วนเพิ่มต่อหุ้น ITD อีกราว 13.00 บาท

ตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงเช้านี้ เหตุวิตกราคาน้ำมันปรับตัวลงต่อเนื่อง

            ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้จุดกระแสวิตกกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก

                ดัชนี MSCI Asia Pacific Index (MXAP) ร่วงลง 0.5% เมื่อเวลา 10.10 น.ตามเวลาโตเกียว

                ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 16,862.42 จุด ลดลง 236.98 จุด, ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 2,953.81 จุด เพิ่มขึ้น 0.39 จุด, ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 22,877.30 จุด ลดลง 150.55 จุด, ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันเปิดวันนี้ที่ 8,967.82 จุด ลดลง 17.81 จุด

                ส่วนดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้เปิดวันนี้ที่ 1,909.01 จุด ลดลง 11.35 จุด, ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์เปิดวันนี้ที่ 3,274.08 จุด ลดลง 20.06 จุด และดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียเปิดวันนี้ที่ 1,688.74 จุด ลดลง 8.57 จุด

ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน : ฟุตซี่ปิดร่วง 117.91 จุด เหตุวิตกราคาน้ำมันดิ่งต่อเนื่อง

                ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ธ.ค.) โดยแตะระดับต่ำสุดในรอบ 17 เดือน ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบในตลาดโลกยังคงปรับตัวลงต่อเนื่องเมื่อคืนนี้ ซึ่งได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมือง

                ดัชนี FTSE 100 ลดลง 117.91 จุด หรือ 1.87% ปิดที่ 6,182.72 จุด

                หุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มเหมืองนำตลาดร่วงลงตามราคาน้ำมันดิบ โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ดิ่งลง 3.7% หุ้นบีพี ร่วง 3.2% และหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ปรับตัวลง 2.1%

                การร่วงลงของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญที่ถ่วงตลาดหุ้นลอนดอน โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปีเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางความวิตกที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) จะไม่ปรับลดการผลิต

                ทางด้านรัฐมนตรีพลังงงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กล่าวว่า โอเปคจะปล่อยให้ราคาน้ำมันร่วงลงกว่า 20 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ก่อนที่จะมีการพิจารณาปรับลดการผลิตในการประชุมฉุกเฉิน

ภาวะตลาดหุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดร่วง เหตุหุ้นพลังงานร่วงหลังราคาน้ำมันดิ่ง

            ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (15 ธ.ค.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.ปีนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงกระหน่ำขายหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ระบุว่าดัชนีภาวะธุรกิจในรัฐนิวยอร์กของสหรัฐ ปรับตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี

                ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 2.2% ปิดที่ 323.29 จุด

                ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,005.38 จุด ร่วงลง 103.55 จุด หรือ -2.52% ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมันปิดที่ 9,334.01 จุด ดิ่งลง 260.72 จุด หรือ -2.72% ดัชนี FTSE 100 ปิดที่ 6,182.72 จุด ลดลง 117.91 จุด หรือ -1.87%

                ตลาดหุ้นยุโรปร่วงลงหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์กเปิดเผยว่า ดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) ในเขตนิวยอร์กปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปีในเดือนธ.ค.

                ทั้งนี้ ดัชนี Empire State Index ร่วงลงแตะ -3.58 ในเดือนธ.ค. จากระดับ +10.16 ในเดือนพ.ย. โดยค่าดัชนีที่ต่ำกว่า 0 บ่งชี้ถึงการหดตัวลงของภาคการผลิต

                นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยหุ้นโททาล ร่วงลง 2.8% หุ้นบีพี ดิ่งลง 3.2% และหุ้นรอยัล ดัทช์ เชลล์ ดิ่งลง 2.3%

                ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวลงเช่นกัน โดยหุ้นบีเอชพี บิลลิตัน ร่วงลง 3.7% และหุ้นริโอ ทินโต ดิ่งลง 2.5%

                นักลงทุนจับตาดูดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) เบื้องต้นเดือนธ.ค.ของกลุ่มประเทศยูโรโซน ซึ่งจะมีการเปิดเผยในวันนี้เวลา 16.00 น.ตามเวลาไทย

ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 99.99 จุด จากแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงาน

            ดัชนี ดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (15 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเทขายหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากข่าวที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) จะไม่ปรับลดเพดานการผลิต

            ดัชนี เฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,180.84 จุด ลดลง 99.99 จุด หรือ -0.58% ดัชนี NASDAQ ปิดที่ 4,605.16 จุด ลดลง 48.44 จุด หรือ -1.04% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 1,989.63 จุด ลดลง 12.70 จุด หรือ -0.63%

                ในช่วงแรกนั้น ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นเนื่องจากนักลงทุนเข้ามาช้อนซื้อเก็งกำไร หลังจากดัชนีดาวโจนส์ และ S&P 500 ดิ่งลงหนักสุดในปีนี้

                อย่างไรก็ตาม ตลาดอ่อนแรงลงในเวลาต่อมา เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อคืนนี้ สัญญาน้ำมันดิบเดือนม.ค.ปิดที่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2552

                นอกจากนี้ ข้อมูลเศรษฐกิจที่ผันผวนของสหรัฐยังส่งผลให้ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กเป็นไปอย่างซบเซาด้วย โดยสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB) ของสหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านปรับตัวลดลง 1 จุด แตะที่ระดับ 57 ในเดือนธ.ค. ซึ่งบ่งชี้ถึงการฟื้นตัวที่ยังขาดความต่อเนื่องของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐ

                ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นมาตรวัดผลผลิตในภาคการผลิต สาธารณูปโภค และเหมืองแร่ของสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% ในเดือนพ.ย. เมื่อเทียบกับเดือนก่อน หลังจากที่ปรับตัวขึ้น 0.1% ในเดือนต.ค.

                หุ้นแมคโดนัลด์ หุ้นโกลด์แมน แซคส์ หุ้นไอบีเอ็ม และหุ้นเชฟรอน ต่างก็ปรับตัวลงกว่า 1.4%

                ส่วนหุ้นโบอิ้ง ดีดตัวขึ้น 1.1% หลังจากบริษัทประกาศแผนการซื้อคืนหุ้นและเพิ่มการจ่ายเงินปันผล

                อย่างไรก็ตาม หุ้นเอ็กซอน โมบิล ดีดตัวขึ้น 0.6% เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาหุ้นดิ่งลงไป 7.7% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

                นักลงทุนจับตาดูการประชุมเฟดครั้งสุดท้ายของปีนี้ ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16-17 ธ.ค. และแถลงการณ์การภายหลังการประชุมของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด เพื่อดูว่าเฟดจะส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับช่วงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหรือไม่

                        อินโฟเควสท์

apm

 

 

Facebook

5 ข่าวฮอตนิวส์!