- Details
- Category: บทวิเคราะห์
- Published: Monday, 14 November 2016 17:25
- Hits: 11083
บล.ไอร่า : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน
ทิศทางตลาด
ปรับตัวลดลง? จากความกังวลเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคนใหม่สหรัฐนายโดนัลด์ทรัมป์ เช่น โครงการลดภาษีนิติจาก 35% ลงเหลือ15% ,โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานกว่า500,000 ล้านดอลลาร์ เป็นต้น ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวเงินเฟ้อในอนาคตและจะกดดันเฟดให้ขึ้นดอกเบี้ยแบบAggressive โดยพันธบัตร10 ปีของสหรัฐYield ปรับเพิ่มขึ้นถึง28 bps ส่งผลให้นักลงทุนเทขายสินทรัพย์ในตลาดEM ทำให้ค่าเงินหลายสกุลอ่อนค่าสุดในรอบหลายปีเช่นอินโดนีเซีย,มาเลเชีย,ฟิลิปปินส์และไทยนอกจากนี้จะมีคณะกรรมการFOMC หลายท่านที่จะออกมาส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยในสัปดาห์นี้ ทำให้มีโอกาสที่นักลงทุนจะขายหุ้นเพื่อลดความเสี่ยงมีความเป็นไปได้สูง
นอกจากนี้เรายังแนะให้ติดตามสัญญาณของเฟดซึ่งพร้อมส่งสัญญาณขึ้นอัตราดอกเบี้ยแม้จะเป็นประเด็นที่อยู่ในความคาดหมายแต่คาดยังเป็นปัจจัยที่สร้างความผันผวนและกดดันตลาดฯหลังจากนี้จนถึงวันประชุม(13 – 14/12/59) โดยล่าสุดตลาดFed Fund Future สะท้อนโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงการประชุมดังกล่าวราว80%
ส่วนทางด้านประเด็นในประเทศกระทรวงคมนาคมเสนอแผนปฏิบัติการปี60 (Action Plan ปี60) คาดว่าจะเข้าครม.อนุมัติในวันพุ้งนี้โดยแผนดังกล่าวมีโครงการลงทุนของกระทรวงคมนาคมที่จะลงทุนในปีหน้ากว่า30 โครงการมูลค่ารวม600,000 ล้านนอกจากนี้โครงการMEGA Project ของรัฐบาลที่ยืนซองประมูลไปแล้วเหลือประกาศผู้ชนะ ช่วยหนุนหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสีเหลืองที่ยื่นซองประมูลไปแล้วมีผู้แค่ 2 ราย คือ CK+BEM และBTS+RATCH+STEC คาดว่าจะรู้ผลผู้ชนะภายในธ.ค.นี้,โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มยื่นซอง31 ต.ค. ที่มาผ่านมาเปิดซองภายใน ม.ค.60 ,นี้
SET SET50 SET100
1,494.53 -19.73 933.81 -12.98 2,104.49 -29.06
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด
ปัจจัยที่มีผลต่อตลาดวันนี้
(+/-) ตลาดต่างประเทศDJIA +39.78, NASDAQ +28.31, S&P -3.03, FTSE -97.55, CAC -41.68 และDAX +37.83
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเข้าสู่ช่วงพักฐานหลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น2 วันต่อเนื่องรับข่าว นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐ นอกจากนี้ยังชนะทั้งสภาสูงและสภาล่าง ทำให้นักลงทุนคาดว่าจะมีมาตรการการลงทุนขนาดใหญ่ นอกจากนี้นักลงทุนยังเฝ้ารอการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยของคณะกรรมการ FOMC ที่จะมีการกล่าวสุนทรพจน์หลายท่านในช่วงวันอังคารนี้หลังจากที่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมานายแสตนลีย์ฟิสเชอร์รองประธานเฟดได้ออกมาส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยออกมา
ส่วนตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวไร้ทิศทางส่วนใหญ่นักลงทุนยังรอการกล่าวสุนทรพจน์ของนายมาริโอดรากีประธานECB ว่าจะส่งสัญญาณต่ออายุมาตรการQE หรือไม่โดยมาตรการดังกล่าวจะหมดอายุเดือนมี.ค.60
ราคาน้ำมันดิบ(NYMEX)ส่งมอบเดือน ธ.ค. -US$ 1.25 หรือ2.8% สู่ระดับ43.41 ดอลลาร์/บาร์เรล จากรายงานการผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้น 240,000 บาร์เรลสู่ระดับ33.64ล้านบาร์เรลต่อวันนอกจากนี้รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันในสัปดาห์ที่แล้วปรับตัวเพิ่มขึ้น21 แห่งสู่ระดับ744 แห่ง
ราคาทองคำ(COMEX) ส่งมอบเดือน ธ.ค. US$-42.1 หรือ3.32% สู่ระดับUS$1,224.30 ต่อออนซ์โดยทองคำได้รับแรงการกดดันจากนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ทรัมป์ทั้งเรื่องการปรับลดภาษีนิติบุคลจาก35% ลงเหลือ15% การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอีก500,000 ล้านดอลลาร์ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น
(-) เม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศสุทธิ-3,744.17 ล้านบาทสะสม YTD +99,312 ล้านบาท(ปี’57 และ58 ยอดขายสุทธิสะสม36,173 ล้านบาทและ 154,346 ล้านบาทตามลำดับ)
P/E (เท่า) P/BV (เท่า) Dividend Yield (%)
19.56 1.9 3.14
ที่มา: www.set.or.th
มูลค่าการซื้อขาย หน่วย(ลบ.)
มูลค่าการซื้อขาย 76,733.46
สถาบัน -709.39
บัญชีหลักทรัพย์ 320.48
ต่างประเทศ -3,744.17
ในประเทศ +4,133.08
ประเด็นที่ต้องติดตาม14-16 พ.ย. 2559
14/11/1959
รายงานตัวเลขGDP Q3 ของญี่ปุ่น
ตัวเลขยอดขายปลีกเดือนต.ค. ของจีน
การกล่าวสุนทรพจน์ของนายมาริโอดรากีประธานECB
15/11/1959
การกล่าวสุนทรพจน์ของคณะกรรมการFOMC และEBC
รายงานตัวเลขGDP Q3 ของเยอรมัน
16/11/1959
การกล่าวสุนทรพจน์ของคณะกรรมการFOMC
และยังแนะจับตา
(1) กลุ่มปิโตรเคมีได้รับประโยชน์จากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นเช่นIVL
(2) กลุ่มวัสดุก่อสร้างที่คาดได้รับประโยชน์ต่อเนื่องจากส่วนต่างผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น เช่น EPG และSCC
(3) กลุ่มอสังหาริมทรัพย์มีปัจจัยบวกจากยอดโอนในช่วงที่เหลือของปี 59 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีเช่น ANAN, AP และSPALI
(4) กลุ่มรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับประโยชน์จากงานภาครัฐ เช่น CK, SYNTEC
(5) กลุ่มพลังงานเช่นPTT ได้รับประโยชน์จากธุรกิจก๊าซที่แนวโน้มกำไรเติบโตดีขณะที่TOP และSPRC แนวโน้มผลการดำเนินงานดี ค่าการกลั่นปรับตัวสูงขึ้น ส่วน BANPU ได้รับประโยชน์จากราคาถ่านหินที่อยู่ในระดับสูง
(6) กลุ่มค้าปลีกเช่นCPALL, HMPRO, KAMART และROBINS คาดได้รับประโยชน์หลังรัฐบาลอัดฉีดกำลังซื้อรากหญ้าอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งจากโครงการที่เกี่ยวข้องกับการดูแลเกษตรกร 3 โครงการวงเงิน 93,000 ล้านบาท
(7) กลุ่มขนส่งในส่วนของธุรกิจการบินและสนามบิน เช่น AAV และBA
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ10 ปี-0.02 อยู่ที่2.1378% (ระดับสูงสุด3.77% เมื่อกพ.’54)
ดัชนีความเสี่ยง(VIX) -0.57 อยู่ที่14.17
หุ้นแนะนำ: JMT
นักวิเคราะห์: ประวิทย์เจียวก๊ก โทร .02-684-8797