การพิจารณารับรองวัดคาทอลิก ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564
- Details
- Category: มติ ครม.
- Published: Wednesday, 17 May 2023 02:09
- Hits: 1771
การพิจารณารับรองวัดคาทอลิก ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564
คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการรับรองวัดคาทอลิกเป็นวัดคาทอลิกตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 (ระเบียบฯ) จำนวน 79 วัด ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ ดังนี้
สาระสำคัญของเรื่อง
วธ. รายงานว่า
1. ระเบียบฯ ประกาศใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน 2564 เพื่อกำหนดแนวทางในการพิจารณาจัดตั้งและรับรองวัดคาทอลิกให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งระเบียบดังกล่าวกำหนดให้มีคณะกรรมการพิจารณากลั่นกรองคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิก (คณะกรรมการฯ) (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเป็นประธาน) มีหน้าที่และอำนาจในการเสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมเพื่อประกอบการพิจารณาคำขอจัดตั้งวัดคาทอลิกและเสนอรัฐมนตรีพิจารณารับรองวัดคาทอลิกต่อไป โดยที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติ (23 สิงหาคม 2565, 8 พฤศจิกายน 2565 และ 21 กุมภาพันธ์ 2566) เห็นชอบการรับรองวัดคาทอลิกไปแล้วรวม 76 วัด
2. ต่อมาคณะกรรมการฯ ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2566 เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2566 และครั้งที่ 2/2566 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2566 ได้พิจารณาคำขอให้รับรองวัดคาทอลิกทั้ง 79 วัดแล้วเห็นว่า วัดคาทอลิกดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในข้อที่ 16 แห่งระเบียบดังกล่าว ประกอบด้วย (1) ได้รับความเห็นชอบให้ยื่นคำขอรับรองวัดคาทอลิกจากสภาประมุขบาทหลวงโรมันคาทอลิกแห่งประเทศไทย (2) มีข้อมูลที่ตั้งวัด (3) มีข้อมูลที่ดินที่ตั้งวัดและการอนุญาตให้ใช้ที่ดิน (4) มีรายชื่อบาทหลวงซึ่งจะไปประกอบศาสนกิจประจำ ณ วัดคาทอลิก และ (5) มีข้อมูลอื่นที่จำเป็นเกี่ยวกับรับรองวัดคาทอลิก เช่น มีใบอนุญาตหรือใบรับรองการก่อสร้างอาคารหรือเอกสารรับรองความมั่นคงแข็งแรงของอาคารวัด/มีระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่เอื้อต่อการประกอบศาสนพิธีและการพำนัก/มีสถานที่ สิ่งปลูกสร้าง และอุปกรณ์ ซึ่งจำเป็นแก่การประกอบศาสนกิจและการพำนักครบถ้วน/วัดได้ดำเนินงานตามภารกิจของมิซซังในด้านต่างๆ เช่น ด้านอภิบาลคริสตชนและด้านเผยแผ่ธรรมเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น จึงมีมติให้เสนอคำขอให้รับรองวัดคาทอลิกรวมจำนวน 79 วัด ต่อคณะรัฐมนตรี1 เพื่อพิจารณาให้การรับรองตามนัยระเบียบดังกล่าว
3. รายละเอียดของวัดคาทอลิก จำนวน 79 วัด สรุปได้ ดังนี้
3.1 รายละเอียดของจำแนกเป็นรายจังหวัด
หน่วย : แห่ง
จังหวัด |
จำนวนวัด |
จังหวัด |
จำนวนวัด |
กรุงเทพมหานคร |
4 |
ชลบุรี |
5 |
สุพรรณบุรี |
1 |
ระยอง |
1 |
ลพบุรี |
2 |
ปราจีนบุรี |
1 |
เพชรบูรณ์ |
5 |
พิจิตร |
1 |
ตาก |
6 |
พิษณุโลก |
1 |
ลำปาง |
2 |
กำแพงเพชร |
1 |
ลำพูน |
1 |
สุโขทัย |
1 |
เชียงใหม่ |
4 |
อุตรดิตถ์ |
1 |
อุดรธานี |
7 |
สกลนคร |
7 |
หนองบัวลำภู |
1 |
นครพนม |
5 |
หนองคาย |
5 |
ขอนแก่น |
6 |
บึงกาฬ |
7 |
เลย |
3 |
พระนครศรีอยุธยา |
1 |
|
|
3.2 ประโยชน์ของวัดคาทอลิกที่มีต่อชุมชน/ท้องถิ่น
3.2.1 เป็นสถานที่ปฏิบัติศาสนกิจเพื่อความสงบและการพัฒนาจิตใจ
3.2.2 เป็นสถานที่พบปะพูดคุยของคนในชุมชนเมื่อมาประกอบศาสนกิจ ส่งผลให้เกิดความสามัคคีในชุมชน
3.2.3 ใช้สถานที่ของวัดเป็นที่ออกกำลังกาย
3.2.4 เป็นแหล่งศึกษาด้านวัฒนธรรมประเพณีของคาทอลิกแก่นักเรียนและประชาชนทั่วไป
3.2.5 เป็นแหล่งเรียนรู้พระธรรมคำสอนคริสต์ศาสนาและฝึกอบรมพัฒนาการเป็นพลเมืองที่ดีให้กับประชาชนชาวไทย
_____________________
1 วธ. แจ้งเป็นการภายในว่า ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีมีมติรับรองวัดคาทอลิกเป็นวัดตามกฎหมายในครั้งนี้แล้ว จะคงเหลือวัดอีกประมาณ 233 วัด ซึ่งคณะรัฐมนตรีจะต้องให้การรับรองภายใน 2 ปี ภายหลังจากที่ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยแนวทางพิจารณาในการจัดตั้งวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิก พ.ศ. 2564 ใช้บังคับ (ภายในวันที่ 15 มิถุนายน 2566)
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) 16 พฤษภาคม 2566
สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396
A5660